1
00:00:02,000 --> 00:00:07,000
Downloaded from
YTS.MX

2
00:00:08,000 --> 00:00:13,000
Official YIFY movies site:
YTS.MX

3
00:00:09,217 --> 00:00:12,220
‎(ผลงานสแตนด์อัพคอมเมดี้จาก NETFLIX)

4
00:00:28,987 --> 00:00:30,071
‎ขอบคุณ

5
00:00:31,448 --> 00:00:32,991
‎ขอบคุณมากค่ะ

6
00:00:39,706 --> 00:00:40,540
‎สวัสดีค่ะ

7
00:00:41,458 --> 00:00:42,292
‎ดูนี่สิ

8
00:00:43,084 --> 00:00:43,918
‎ดูเจ้านี่สิ

9
00:00:45,879 --> 00:00:46,713
‎นั่นมัน...

10
00:00:47,756 --> 00:00:53,053
‎หมาที่ทำจากสีเทียนทั้งตัวเลยนะ

11
00:00:54,262 --> 00:00:55,722
‎ฉันไม่ได้ต้องการเลย

12
00:00:56,765 --> 00:00:58,683
‎แต่ฉันเข้าไปมีเอี่ยวด้วยแล้วไง

13
00:00:59,225 --> 00:01:00,685
‎นั่นส้วมทองคำของฉัน

14
00:01:02,520 --> 00:01:06,941
‎ฉันไม่ได้คิดที่จะทำมันในอเมริกาเลย

15
00:01:07,025 --> 00:01:09,319
‎นี่ไม่ได้อยู่ในแผนของฉันเลย

16
00:01:10,361 --> 00:01:14,574
‎แต่สิ่งที่เกิดก็คือฉันเขียนการแสดงที่ชื่อ
‎"แนเนตต์" และนั่น...

17
00:01:17,744 --> 00:01:18,620
‎ในตอนนั้น...

18
00:01:19,871 --> 00:01:21,706
‎ชัดเจนใช่ไหมคะ

19
00:01:21,790 --> 00:01:22,957
‎พวกคุณถึงได้มาที่นี่กัน

20
00:01:24,250 --> 00:01:27,003
‎ไม่ใช่เพราะงานเก่าๆ ของฉันเลยใช่ไหมล่ะ

21
00:01:28,254 --> 00:01:31,216
‎ซึ่งนำมาสู่คำถาม
‎ถ้าพวกคุณมาเพราะ "แนเนตต์"

22
00:01:32,592 --> 00:01:33,426
‎เพราะอะไรล่ะ

23
00:01:35,720 --> 00:01:38,598
‎อย่าเข้าใจฉันผิดนะ
‎มันเป็นการแสดงที่ดี เป็นงานที่ดี

24
00:01:39,182 --> 00:01:40,058
‎ฉันก็ชอบอยู่นะ

25
00:01:40,141 --> 00:01:43,978
‎แต่มันเป็นงานที่มีคนชอบแค่บางกลุ่ม

26
00:01:44,062 --> 00:01:47,857
‎แล้วถ้าเป็นเพราะแบบนั้น
‎พวกคุณจะคาดหวังอะไรกับการแสดงนี้ล่ะ

27
00:01:48,858 --> 00:01:53,071
‎ขอโทษนะถ้ามันเจ็บปวดกว่านั้น
‎ฉันไม่เหลืออะไรแล้ว

28
00:01:53,947 --> 00:01:58,993
‎ถ้าฉันรู้ว่าความเจ็บปวดจะขายได้
‎ในวงการตลกแบบนี้

29
00:01:59,077 --> 00:02:01,246
‎ฉันอาจจะตั้งใจทำให้ดีกว่านี้ไปแล้ว

30
00:02:02,956 --> 00:02:03,832
‎จริงๆ นะ

31
00:02:03,915 --> 00:02:05,917
‎ฉันอาจจะใช้มันหาเงินตั้งนานแล้ว

32
00:02:06,000 --> 00:02:07,252
‎อย่างน้อยก็ต้องสามภาค

33
00:02:07,335 --> 00:02:11,714
‎แต่ฉันดันยัดความเศร้าไปในตอนเดียว
‎เหมือนกับคนโง่เลย

34
00:02:11,798 --> 00:02:12,966
‎เราถึงมาอยู่จุดนี้ไง

35
00:02:14,676 --> 00:02:15,802
‎จะเอาอีกเหรอ

36
00:02:19,848 --> 00:02:22,058
‎แค่สงสัยนะ ขอเสียงปรบมือหน่อย

37
00:02:22,142 --> 00:02:23,935
‎ถ้าใครไม่เคยดู "แนเนตต์"

38
00:02:26,187 --> 00:02:29,232
‎ยิ่งไม่รู้เลยว่าพวกคุณมาทำบ้าอะไรกัน

39
00:02:31,151 --> 00:02:32,277
‎คือว่า ยินดีต้อนรับ

40
00:02:32,360 --> 00:02:33,903
‎ดีแล้วล่ะ ลองเสี่ยงดู

41
00:02:33,987 --> 00:02:35,738
‎ไม่ต้องห่วงนะ มันดีแหละ

42
00:02:35,822 --> 00:02:38,158
‎การแสดงนี้ไม่เกี่ยวกับว่า
‎คุณเคยดู "แนเนตต์" ไหม

43
00:02:38,241 --> 00:02:40,160
‎ฉันไม่ได้มั่นหน้าขนาดนั้น แต่...

44
00:02:41,953 --> 00:02:43,163
‎เดี๋ยวเราก็รู้

45
00:02:43,246 --> 00:02:44,372
‎แต่นอกจากความเจ็บปวด

46
00:02:44,455 --> 00:02:48,793
‎ฉันก็ไม่รู้เลยว่าคนดูหวังอะไรจากการแสดงนี้

47
00:02:48,877 --> 00:02:50,962
‎แต่สิ่งที่ฉันตัดสินใจคือ

48
00:02:51,296 --> 00:02:53,381
‎ให้ฉันเป็นคนบอกคุณเอง

49
00:02:53,923 --> 00:02:55,258
‎และมันจะเป็นแบบนั้น

50
00:02:55,341 --> 00:02:57,760
‎ฉันจะทำแบบนั้น
‎ให้สมความคาดหวังของพวกคุณ

51
00:02:58,094 --> 00:03:00,430
‎ด้วยการปรับให้ถูกใจพวกคุณตอนนี้เลย

52
00:03:01,264 --> 00:03:03,433
‎นั่นแหละสิ่งที่พวกคุณจะได้

53
00:03:03,516 --> 00:03:07,145
‎ฉันจะทำได้และคุณจะบอกว่า
‎"เธอเก่งมากเลย" และใช่ แต่ฉันโกง

54
00:03:08,771 --> 00:03:11,441
‎มันจะเป็นแบบนั้นก่อนการแสดงจะเริ่มอีก

55
00:03:11,524 --> 00:03:14,194
‎ฉันจะอธิบายให้พวกคุณฟังอย่างละเอียดยิบเลย

56
00:03:14,277 --> 00:03:16,362
‎ว่าการแสดงนี้จะออกมาแนวไหน

57
00:03:16,446 --> 00:03:19,532
‎ทีนี้ก็เริ่มตั้งความความหวังกัน

58
00:03:19,616 --> 00:03:23,411
‎ฉันต้องหั่นการแสดงจริงๆ เพื่อให้พอดี แต่ว่า...

59
00:03:24,370 --> 00:03:26,331
‎ฉันเชื่อว่ามันคุ้มนะ

60
00:03:26,414 --> 00:03:28,958
‎เพื่อให้สมความคาดหวังของพวกคุณ
‎มันเป็นงานของฉัน

61
00:03:29,042 --> 00:03:31,836
‎ยอมรับเถอะ นี่เป็นอาถรรพ์อัลบั้มที่สองของฉัน

62
00:03:31,920 --> 00:03:34,380
‎นี่ยังเป็นรอบที่สิบของฉัน ส่วนบางคนก็รอบแรก

63
00:03:34,464 --> 00:03:35,757
‎มันมีความกดดันจริงๆ

64
00:03:37,717 --> 00:03:39,969
‎งั้นมาตั้งความคาดหวังของพวกคุณดีกว่า

65
00:03:41,512 --> 00:03:44,891
‎เมื่อการแสดงเริ่มขึ้น เมื่อมันเริ่มขึ้นจริงๆ

66
00:03:44,974 --> 00:03:46,684
‎นี่ยังนะ อย่าตื่นเต้นไป

67
00:03:48,061 --> 00:03:51,356
‎พอเริ่ม ฉันจะเปิดด้วย
‎ตลกในชีวิตประจำวันนิดหน่อย

68
00:03:51,439 --> 00:03:54,609
‎แบบ "คุณเคยสังเกตไหม นั่นมันอะไร"

69
00:03:54,692 --> 00:03:57,737
‎อะไรพวกนั้น ฉันจะเริ่มด้วยแบบนั้น
‎คือมันไม่ได้ดีเลย

70
00:03:57,820 --> 00:04:01,491
‎ฉันจะพูดตามตรงนะ
‎เพราะฉันไม่ใช่คนช่างสังเกต

71
00:04:01,574 --> 00:04:05,370
‎จะพูดให้ถูกคือ ไม่สนสี่สนแปดอะไรเลย

72
00:04:05,453 --> 00:04:09,457
‎ทีนี้ เตือนก่อนนะ
‎การสังเกตของฉันจะเกี่ยวกับชาวอเมริกัน

73
00:04:09,540 --> 00:04:11,668
‎ที่จะพูดกว้างๆ ก็คือพวกคุณ

74
00:04:11,751 --> 00:04:12,752
‎ใช่ไหม งั้น...

75
00:04:12,835 --> 00:04:16,964
‎และโทษที การล้อเลียนชาวอเมริกัน
‎ยังคงเป็นที่ยอมรับอยู่

76
00:04:17,048 --> 00:04:18,675
‎ถึงพวกเขาจะไม่รู้ก็เถอะ

77
00:04:21,511 --> 00:04:22,345
‎จริงนะ

78
00:04:23,346 --> 00:04:24,180
‎เพราะงั้น...

79
00:04:25,014 --> 00:04:27,350
‎ฉันแค่ฉวยโอกาสเอง

80
00:04:27,433 --> 00:04:30,061
‎เพราะฉันพูดรัสเซียไม่ได้ ฉันเลยต้อง...

81
00:04:31,312 --> 00:04:33,106
‎พยายามเท่าที่ทำได้ ไม่รู้สิ

82
00:04:33,189 --> 00:04:34,607
‎ฉันน่าจะเตือนพวกคุณด้วย

83
00:04:34,691 --> 00:04:36,693
‎ในช่วงที่ฉันล้อเลียนชาวอเมริกาอยู่

84
00:04:55,211 --> 00:04:57,046
‎พวกคุณจะรู้สึกเจ็บๆ นะ

85
00:04:57,130 --> 00:05:00,091
‎เพราะว่าฉันจะล้อเลียนพวกคุณ

86
00:05:00,174 --> 00:05:02,385
‎ฉันแค่อยากให้พวกคุณเตรียมใจไว้

87
00:05:02,468 --> 00:05:06,764
‎ฉันจะล้อเลียนบางอย่าง แต่ใช่ว่าคุณจะสนใจนี่

88
00:05:07,223 --> 00:05:09,976
‎และคุณจะนั่งอยู่ตรงนั้น และ...

89
00:05:10,143 --> 00:05:11,185
‎และเข้าใจได้

90
00:05:11,269 --> 00:05:13,146
‎ฉันไม่อยากปฏิเสธความรู้สึกของพวกคุณ

91
00:05:13,229 --> 00:05:16,065
‎มีไปเลยค่ะ ให้มันเกิดขึ้น

92
00:05:16,149 --> 00:05:20,611
‎แต่ที่ฉันจะแนะนำจริงๆ ก็คือ
‎อย่าอินกับความรู้สึกพวกนั้น

93
00:05:20,695 --> 00:05:22,989
‎อย่าให้มันส่งผลกับคุณ
‎เพราะการแสดงนี้เป็นแบบนี้

94
00:05:23,072 --> 00:05:25,533
‎มันเป็นโรแมนติกคอมเมดี้

95
00:05:27,744 --> 00:05:31,664
‎เพราะงั้นมันเลยสำคัญที่เรา
‎ต้องเริ่มแบบป่วนๆ หน่อย

96
00:05:31,748 --> 00:05:34,042
‎เพราะงั้น อย่าอินกับมันนะ

97
00:05:34,125 --> 00:05:35,585
‎รู้สึกได้ แต่อย่าอินไปกับมัน

98
00:05:35,668 --> 00:05:37,128
‎ไปพร้อมฉันก็พอ เชื่อฉัน

99
00:05:37,211 --> 00:05:38,087
‎อย่าเชื่อฉัน

100
00:05:38,171 --> 00:05:39,464
‎อย่าเชื่อคนนั้นด้วย

101
00:05:41,841 --> 00:05:42,675
‎ไงก็ตาม...

102
00:05:43,551 --> 00:05:45,261
‎แบบนั้นใช่ไหม มันจะเริ่มแบบนั้น

103
00:05:45,345 --> 00:05:46,637
‎ตลกในชีวิตประจำวัน

104
00:05:46,721 --> 00:05:49,640
‎ที่ฉันจะทำต่อก็คือฉันจะเล่าเรื่องราวที่

105
00:05:49,724 --> 00:05:54,312
‎น่าสงสัยที่เกิดขึ้นในสวนสำหรับสุนัข
‎กลางวันแสกๆ

106
00:05:55,271 --> 00:05:58,024
‎ทีนี้ มันเป็นเรื่องตลกนะ

107
00:05:58,107 --> 00:06:01,069
‎และตลอดเรื่องนั้น ฉันจะแตะ

108
00:06:01,152 --> 00:06:04,530
‎ธีมหลักส่วนใหญ่ของรายการ ระวังไว้ด้วยนะ

109
00:06:04,614 --> 00:06:07,784
‎แต่มันจะมีสัดส่วนที่พอดี

110
00:06:07,867 --> 00:06:12,747
‎ของสิ่งที่ฉันเรียกว่าความสุภาพและอารมณ์ดี
‎ในการแซะสังคมชายเป็นใหญ่

111
00:06:13,164 --> 00:06:14,248
‎มันมีอยู่ในนั้น

112
00:06:14,916 --> 00:06:16,459
‎มันเลยสำคัญมาก

113
00:06:18,336 --> 00:06:21,672
‎สำคัญจนคุณต้องคาดหวังสิ่งนั้น
‎เพราะมันมีอยู่ในนั้น

114
00:06:21,756 --> 00:06:23,341
‎และถ้าไม่ใช่ทางของคุณ

115
00:06:23,966 --> 00:06:24,801
‎ก็ออกไป

116
00:06:24,884 --> 00:06:27,637
‎ฉันเตือนคุณเยอะแล้วนะ ไปเถอะ

117
00:06:27,720 --> 00:06:30,431
‎ไปได้เลย คนอ่อนไหว ไปเถอะนะ

118
00:06:32,183 --> 00:06:34,602
‎และหลังจากเรื่องนั้น ฉันก็จะเล่าอีกเรื่อง

119
00:06:34,685 --> 00:06:36,854
‎ว่าไงนะ ดูฉันสิ ฉันรู้ คลาสสิก

120
00:06:36,938 --> 00:06:40,233
‎เรื่องที่สองเกี่ยวกับคำวินิจฉัยผิดๆ ที่ฉันได้รับมา

121
00:06:40,316 --> 00:06:43,236
‎และฉันจะโทษมันกับอาการเกลียดผู้หญิงเลย

122
00:06:43,319 --> 00:06:44,362
‎เพราะมันเป็นเรื่องจริง

123
00:06:44,445 --> 00:06:45,488
‎และหลังจาก...

124
00:06:46,280 --> 00:06:47,740
‎หลังจากนั้น มันก็แค่เข็มตำ

125
00:06:47,865 --> 00:06:50,827
‎ถ้าเจ็บมากนัก ก็ออกไปในตอนที่ยังเดินได้ ทีนี้

126
00:06:52,328 --> 00:06:55,706
‎ในตอนท้ายของเรื่องนั้น
‎ฉันจะทำสิ่งที่ฉันเรียกว่า "ดักควาย"

127
00:06:56,707 --> 00:07:00,002
‎ฉันจะล่อคนที่เกลียดฉัน เป็นความคิดที่ซับซ้อนนะ

128
00:07:00,086 --> 00:07:02,922
‎และวิธีที่ฉันจะทำก็คือฉันจะพูดสักอย่าง

129
00:07:04,340 --> 00:07:07,009
‎และฉันจะไม่พยายามเอาฮาเลย

130
00:07:07,093 --> 00:07:09,053
‎ฉันแค่จะพูดและทิ้งมันไปเลย

131
00:07:09,637 --> 00:07:10,596
‎ฉันไม่สนหรอก

132
00:07:10,680 --> 00:07:14,183
‎ทีนี้ฉันขอแนะนำจริงๆ ให้คุณ...

133
00:07:14,809 --> 00:07:16,060
‎อย่าติดกับนั้น

134
00:07:18,354 --> 00:07:20,148
‎อย่าติดกับนั้น มันไม่ใช่ของคุณ

135
00:07:20,231 --> 00:07:22,483
‎มันไม่ดีกับคุณ พวกคุณจะโกรธมากเลย

136
00:07:22,567 --> 00:07:23,901
‎ทิ้งมันไว้ตรงนั้นเลย

137
00:07:23,985 --> 00:07:27,447
‎และสิ่งที่ฉันจะทำคือ
‎ฉันจะไปต่อที่ช่วงมุกตลก

138
00:07:27,530 --> 00:07:29,282
‎ซึ่งคือมุกตลกใช่ไหม

139
00:07:29,365 --> 00:07:32,368
‎ฉันถึงเรียกว่าช่วงมุกตลกไง
‎ก็แค่เล่นมุกไปเรื่อย

140
00:07:32,452 --> 00:07:33,870
‎มัน มันคลาสสิกจริงๆ

141
00:07:33,953 --> 00:07:36,789
‎และทีนี้ ถ้าเกิดคุณไม่พอใจ

142
00:07:36,873 --> 00:07:40,877
‎กับอะไรก็ตามที่ฉันพูดในช่วงนั้น
‎โปรดจำไว้ว่ามันเป็นแค่มุกตลก

143
00:07:41,294 --> 00:07:43,880
‎ถึงคุณจะพบว่าคนรอบตัวคุณกำลังขำ

144
00:07:43,963 --> 00:07:46,299
‎กับบางอย่างที่คุณเห็นว่าไม่น่าพอใจ...

145
00:07:46,841 --> 00:07:48,551
‎โปรดจำกฎเหล็กของตลกไว้

146
00:07:48,634 --> 00:07:51,596
‎ซึ่งก็คือ ถ้าคุณเป็นส่วนน้อย คุณก็ไม่สำคัญ

147
00:07:54,307 --> 00:07:56,976
‎ไม่เลย อย่ามาโทษฉันนะ ฉันไม่ได้เขียนกฎนั้น

148
00:07:57,059 --> 00:07:59,562
‎พวกผู้ชายเขียน โทษไปสิ ฉันก็โทษ โล่งดีนะ

149
00:08:01,772 --> 00:08:02,607
‎ทีนี้

150
00:08:04,400 --> 00:08:05,234
‎เอาล่ะ

151
00:08:05,318 --> 00:08:07,236
‎ช่วงมุกตลกมีเพื่อส่งการแสดงขึ้นไป

152
00:08:07,320 --> 00:08:09,655
‎ในด้านต่างๆ รวมถึง
‎เข็มทิ่มแทงสังคมชายเป็นใหญ่

153
00:08:09,739 --> 00:08:12,909
‎เพราะแบบนั้น เข็มจะกลายเป็นหอก

154
00:08:13,826 --> 00:08:15,828
‎ใช่ และด้วยหอกนั้น

155
00:08:15,912 --> 00:08:18,831
‎ฉันจะเจาะรูตูดใหม่ให้คนที่เกลียดฉันเลย

156
00:08:18,915 --> 00:08:20,541
‎ใช่ รวดเร็วทันใจ

157
00:08:20,625 --> 00:08:21,876
‎ใหม่เอี่ยมอ่อง

158
00:08:21,959 --> 00:08:26,130
‎และวิธีที่ฉันจะทำก็คือ
‎ทำในสิ่งที่พวกนั้นหาว่าฉันทำ

159
00:08:26,214 --> 00:08:27,131
‎ซึ่งก็คือการบรรยาย

160
00:08:27,215 --> 00:08:29,550
‎ในระหว่างการแสดง ฉันจะบรรยายเป็นตุเป็นตะ

161
00:08:30,343 --> 00:08:32,260
‎หักมุมน่ะเหรอ มันตลกนะ

162
00:08:32,345 --> 00:08:34,597
‎โคตรตลกเลยล่ะ ใช่ไหม

163
00:08:34,679 --> 00:08:37,015
‎ซึ่งคือสิ่งที่พวกนั้นหาว่าฉันไม่ทำ

164
00:08:37,099 --> 00:08:40,269
‎นั่นจะทำให้พวกนั้นวนเป็นวง จนอาจตายได้ สาธุ

165
00:08:41,729 --> 00:08:44,106
‎และบนเวทีนี้ คุณอาจจะสงสัย

166
00:08:44,190 --> 00:08:45,691
‎ว่าทำไมฉันถึงสนใจคนพวกนั้นนัก

167
00:08:45,775 --> 00:08:48,694
‎ฉันทำแบบนั้นทำไม นั่นมันเอาแต่ใจนะ ใช่

168
00:08:49,445 --> 00:08:51,906
‎และใช่ ฉันได้อ่านงานทุกชิ้นของเทย์เลอร์ สวิฟต์

169
00:08:51,989 --> 00:08:54,617
‎ฉันรู้จักนักปราชญ์ในยุคของเรา

170
00:08:54,700 --> 00:08:58,538
‎ฉันเข้าใจว่าคนเกลียดก็จะเกลียดๆ

171
00:08:59,121 --> 00:08:59,956
‎เกลียด

172
00:09:00,039 --> 00:09:02,124
‎เกลียดๆ

173
00:09:02,208 --> 00:09:03,918
‎เธอก็พูดถูกนะ แต่ซ้ำไปหน่อย

174
00:09:04,001 --> 00:09:05,211
‎แล้วทำไมฉัน...

175
00:09:06,045 --> 00:09:08,130
‎ทำไมฉันต้องไม่ทำตามเธอ แล้วสะบัดไปล่ะ

176
00:09:08,214 --> 00:09:11,300
‎ทำไมต้องไม่ทำล่ะ สะบัดไปๆ

177
00:09:11,384 --> 00:09:12,843
‎เป็นเหตุผลหนึ่ง

178
00:09:12,927 --> 00:09:16,931
‎เหตุผลอีกข้อคือ
‎เพราะฉันไม่เชื่อว่าเทย์เทย์ เพื่อนของเรา

179
00:09:18,432 --> 00:09:20,768
‎จะเคยเป็นเหยื่อในเหตุความเกลียดจริงๆ

180
00:09:22,853 --> 00:09:23,729
‎แต่ฉันเคย

181
00:09:23,813 --> 00:09:27,650
‎งั้นก็ไม่แปลกที่วิธีการรับมือ
‎การเกลียดออนไลน์ของเราจึงต่างกัน

182
00:09:27,733 --> 00:09:29,443
‎ฉันชอบกินจุบจิบ

183
00:09:30,069 --> 00:09:32,238
‎ใช้ ง่ำๆ หุ่นนี้ไม่ได้มาง่ายๆ นะ

184
00:09:32,321 --> 00:09:33,823
‎ฉันล่ะเกลียดสาวสวยๆ

185
00:09:36,826 --> 00:09:38,869
‎ทีนี้หลังจากฉันจัดการพวกคนที่เกลียด

186
00:09:38,953 --> 00:09:40,746
‎ส่งพวกนั้นเข้าก้นหอยแล้ว

187
00:09:40,830 --> 00:09:43,416
‎ที่ฉันทำหลังจากนั้นคือเปลี่ยนเกียร์ในการแสดง

188
00:09:43,499 --> 00:09:46,502
‎และฉันจะทำด้วยการบอกทุกคน
‎ว่าฉันเป็นออทิสติก

189
00:09:47,086 --> 00:09:50,548
‎และฉันจะบอกคุณในแบบว่า
‎มันจะเป็นการเปิดตัวครั้งใหญ่

190
00:09:53,759 --> 00:09:57,346
‎แต่มันไม่น่าออกมาแบบเซอร์ไพรส์นะ

191
00:09:57,430 --> 00:09:59,348
‎ฉันเพิ่งบอกคุณไป และ...

192
00:10:00,725 --> 00:10:03,436
‎และเพราะทุกอย่างในการแสดงจนถึงตอนนั้น

193
00:10:03,519 --> 00:10:06,731
‎เป็นลำดับสำคัญของคำเตือนว่าฉันเป็นออทิสติก

194
00:10:06,814 --> 00:10:10,276
‎พูดตามตรง ฉันได้ทิ้งเบาะแสไว้แล้ว

195
00:10:10,359 --> 00:10:11,444
‎มีอยู่เต็มไปหมด

196
00:10:12,236 --> 00:10:14,447
‎แต่เพราะฉันสปอยล์ไปแล้ว

197
00:10:14,530 --> 00:10:16,741
‎เพื่อจะทำให้มันดูยิ่งใหญ่อีกครั้ง

198
00:10:16,824 --> 00:10:19,535
‎ฉันต้องหวังพึ่งเทคนิคทางเวทีและแสงไฟ

199
00:10:19,619 --> 00:10:21,662
‎เพื่อทำให้คุณพูดว่า "เปิดตัวยิ่งใหญ่มาก"

200
00:10:21,746 --> 00:10:25,166
‎แสงไฟจะสองเข้ามา ฉันจะนั่งเก้าอี้สูงตรงนี้

201
00:10:25,249 --> 00:10:26,959
‎และจะแบบว่า "ตอนนี้..."

202
00:10:27,043 --> 00:10:30,379
‎แต่มันไม่ได้ผลหรอกเพราะว่าพวกคุณไม่ได้โง่

203
00:10:30,463 --> 00:10:31,964
‎และหลังจากนั้นสักนิด

204
00:10:32,048 --> 00:10:35,217
‎ฉันจะทำการเคลื่อนไหวต่อต้านวัคซีนสักหน่อย

205
00:10:37,094 --> 00:10:40,473
‎ฟังตัวคุณเองสิ ลองฟังตัวคุณสิ

206
00:10:40,556 --> 00:10:42,516
‎นี่มัน พวกคุณก็ธรรมดาทั่วไป

207
00:10:42,600 --> 00:10:44,560
‎ใช่ ฉันทัวร์กับการแสดงนี้มารอบโลกแล้ว

208
00:10:44,644 --> 00:10:47,355
‎และฉันบอกได้ว่าไม่มีคนดูที่ไหน

209
00:10:47,438 --> 00:10:50,858
‎ที่รู้วิธีโต้ตอบกับการพูดถึงการเคลื่อนไหว...

210
00:10:52,026 --> 00:10:53,402
‎ต่อต้านวัคซีนเลย

211
00:10:53,486 --> 00:10:56,864
‎ส่วนใหญ่เวลาพูดว่า "ต่อต้านวัคซีน"
‎คนอื่นก็จะ "ฮ่าๆ ไม่นะ"

212
00:11:00,409 --> 00:11:01,661
‎มันจะต้องสนุกแน่

213
00:11:01,827 --> 00:11:05,915
‎ทีนี้ การต่อต้านวัคซีนของฉัน
‎ต่างออกไปจากช่วงอื่นของการแสดง

214
00:11:05,998 --> 00:11:08,042
‎และตอนจบพวกคุณจะพูดว่า

215
00:11:08,125 --> 00:11:10,252
‎"เธอก็แค่ต้องระบายออกมานะ"

216
00:11:11,045 --> 00:11:13,214
‎และเป็นความจริง และฉันจะพูด

217
00:11:15,383 --> 00:11:16,467
‎แต่มันเป็นแบบนี้

218
00:11:16,550 --> 00:11:17,968
‎ฉันไม่ชอบกิน...

219
00:11:18,511 --> 00:11:20,304
‎เพราะมันทำให้ฉันไม่หิว

220
00:11:20,930 --> 00:11:22,723
‎ฉันไม่ชอบกิน...

221
00:11:22,807 --> 00:11:23,641
‎หวัดดี

222
00:11:24,517 --> 00:11:26,644
‎ฉันไม่...

223
00:11:27,103 --> 00:11:29,647
‎มุกมึนน่ะ เล่นคำไง

224
00:11:29,730 --> 00:11:31,524
‎ตามให้ทันนะ ใช่ไหม

225
00:11:31,649 --> 00:11:34,944
‎นี่เป็นการแสดงที่เล่นคำเยอะมาก
‎คุณต้องคาดหวังไว้ให้มากเลย

226
00:11:35,027 --> 00:11:38,489
‎และคุณยังต้องคาดหวังมุกของหลุยส์ ซี.เค. ด้วย

227
00:11:40,533 --> 00:11:42,076
‎ฟังดูสิ

228
00:11:42,159 --> 00:11:45,162
‎เขาเหมือนพวกต่อต้านวัคซีนในวงการตลกใช่ไหม

229
00:11:47,039 --> 00:11:49,208
‎ตอนนี้ฉันมีมุกหนึ่ง ที่ไม่ใช่มุกนั้นนะ

230
00:11:49,291 --> 00:11:51,293
‎เรายังไม่เริ่ม นี่ยังเบิกโรงกันอยู่

231
00:11:51,377 --> 00:11:52,962
‎มุกหนึ่ง มุกนี้ดีนะ

232
00:11:53,045 --> 00:11:55,005
‎ขอแค่มุกเดียว เป็นมุกที่ดีนะ

233
00:11:55,089 --> 00:11:58,092
‎เป็นวันหยุด วางปากกา กินบิสกิต
‎วันที่ฉันเขียนมุกนั้น

234
00:11:58,175 --> 00:11:59,135
‎มุกนี้โคตรดี

235
00:11:59,218 --> 00:12:02,722
‎ฉันมั่นใจมาก มุกหลุยส์ ซี.เค.
‎มันเป็นช่วงตั้งใจหยุดพูด

236
00:12:03,305 --> 00:12:04,473
‎และฉันจะปล่อยไมค์เลย

237
00:12:04,557 --> 00:12:06,559
‎ไม่ว่าพวกคุณจะมีท่าทียังไง ฉันจะ...

238
00:12:07,518 --> 00:12:08,352
‎ปล่อยไมค์

239
00:12:08,436 --> 00:12:09,603
‎แต่ฉันจะไม่ปล่อยไมค์

240
00:12:09,687 --> 00:12:11,397
‎เพราะคุณยังไม่รู้เรื่องนี้ แต่ก็รู้แล้ว

241
00:12:11,522 --> 00:12:15,151
‎ฉันเป็นออทิสติก
‎และฉันพบว่าเสียงดังๆ ทำให้กังวลใจ

242
00:12:16,360 --> 00:12:19,864
‎ที่ฉันจะทำก็คือฉันจะค่อยๆ วางมันลงกับพื้น

243
00:12:19,947 --> 00:12:21,031
‎วางมันตอนนี้เลย

244
00:12:21,615 --> 00:12:25,327
‎นั่นจะลดความตื่นเต้นลงแน่นอน

245
00:12:25,411 --> 00:12:27,371
‎แต่อย่าเหยียดคนพิการเลยนะ

246
00:12:28,831 --> 00:12:31,083
‎เรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับมุกหลุยส์ ซี.เค.

247
00:12:31,167 --> 00:12:32,752
‎คือว่ามันเกิดขึ้นตอนท้ายเลย

248
00:12:32,835 --> 00:12:36,505
‎ช้ามากจนคุณจะลืมไปเลยว่า
‎ฉันบอกให้คุณรอมุกหลุยส์ ซี.เค.

249
00:12:36,589 --> 00:12:39,675
‎ซึ่งแปลว่าฉันเพิ่งเพิ่มความสุขอีกชั้น

250
00:12:39,759 --> 00:12:40,968
‎บนเค้กเสียงหัวเราะของคุณ

251
00:12:42,136 --> 00:12:44,805
‎ใช่ เพราะเมื่อคุณขำมัน และจะขำแน่ มันดีมาก

252
00:12:45,014 --> 00:12:46,056
‎เมื่อคุณขำมันอยู่

253
00:12:46,140 --> 00:12:48,559
‎คุณจะจำได้ว่าฉันบอกให้
‎รอมุกหลุยส์ ซี.เค. แล้ว

254
00:12:48,642 --> 00:12:50,060
‎และนึกได้ว่าคุณลืมไป

255
00:12:51,145 --> 00:12:52,688
‎ซึ่งแปลว่าคุณจะขำแบบนี้

256
00:12:56,734 --> 00:12:59,195
‎แปลว่าฉันเพิ่งเพิ่มชั้นที่สามลงไป

257
00:13:00,070 --> 00:13:03,115
‎เพราะเมื่อคุณนึกออก คุณจะพูด
‎"เธอบอกว่าจะทำแบบนั้นเลยนี่"

258
00:13:04,074 --> 00:13:05,117
‎คุณก็จะขำ...

259
00:13:06,869 --> 00:13:10,706
‎ผู้หญิงที่ดีที่สุดทำแบบนั้นได้ เข้าใจนะ

260
00:13:14,835 --> 00:13:17,129
‎ด้วยมือขวานะ ใช่

261
00:13:17,296 --> 00:13:19,381
‎ด้วยมือขวา และคุณก็ต้องมีมือ

262
00:13:19,465 --> 00:13:20,800
‎ใครจะรู้ ผู้หญิงส่วนใหญ่ไง

263
00:13:20,883 --> 00:13:21,717
‎ทีนี้...

264
00:13:25,054 --> 00:13:26,305
‎หลังจากต่อต้านวัคซีนแล้ว

265
00:13:26,388 --> 00:13:30,100
‎ที่ฉันจะทำก็คือฉันจะพยายาม
‎ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ออทิสติก

266
00:13:30,184 --> 00:13:33,979
‎และฉันจะทำโดยการเล่าเรื่อง
‎ความสัมพันธ์ของฉันกับเพนกวิน

267
00:13:34,063 --> 00:13:36,732
‎ที่อาจหรืออาจจะไม่อยู่ในกล่อง

268
00:13:38,192 --> 00:13:40,778
‎ฉันก็สัญญาไม่ได้นะว่ามันจะเข้าท่า

269
00:13:40,861 --> 00:13:43,197
‎และฉันจะปิดท้ายด้วยการบรรยายอีกอย่าง

270
00:13:43,280 --> 00:13:45,074
‎ว่าไงนะ บรรยายอีกเหรอ ใครจะรู้ล่ะ

271
00:13:45,157 --> 00:13:47,952
‎ฉันรู้ คุณก็รู้แล้ว มันจะเกิดขึ้นที่นี่

272
00:13:48,536 --> 00:13:51,580
‎และฉันจะขอยอมรับ ในช่วงท้ายของการแสดง

273
00:13:51,664 --> 00:13:54,917
‎ฉันจะน่ารักกว่าในช่วงแรกๆ เยอะเลย

274
00:13:56,168 --> 00:13:57,586
‎เส้นแบ่งความน่ารัก

275
00:13:57,670 --> 00:13:59,255
‎ทีนี้คุณอาจจะสงสัย

276
00:13:59,338 --> 00:14:01,757
‎ว่าทำไมฉันไม่เริ่มแบบดีๆ

277
00:14:01,841 --> 00:14:04,218
‎น่ารักๆ ล่ะ ทำไมถึงไม่ทำแบบนั้น

278
00:14:04,301 --> 00:14:06,720
‎ทำไมจะต้องเริ่มแบบไม่น่ารักด้วย

279
00:14:06,804 --> 00:14:09,682
‎เพราะว่านี่เป็นการแสดงเกี่ยวกับออทิสติกไงล่ะ

280
00:14:11,016 --> 00:14:14,478
‎และคนที่เป็นออทิสติก
‎สร้างความประทับใจแรกพบไม่เก่งนัก

281
00:14:15,271 --> 00:14:18,274
‎และคนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามเราเพราะแบบนั้น

282
00:14:18,357 --> 00:14:22,152
‎เพราะงั้นนี่เป็นการแสดงที่ให้รางวัล
‎กับคนที่พยายาม

283
00:14:22,236 --> 00:14:26,115
‎ที่ก้าวข้ามความลำบากใจของพวกเขา
‎เพื่อจะดูสิ่งที่อยู่อีกด้านหนึ่ง

284
00:14:26,198 --> 00:14:29,869
‎สำหรับคนพวกนั้น
‎การแสดงนี้เป็นเหมือนกับโรแมนติกคอมเมดี้

285
00:14:29,952 --> 00:14:32,329
‎ในทางทฤษฎี เพราะทฤษฎีน่ะเซ็กซี่

286
00:14:32,705 --> 00:14:34,790
‎ทีนี้ แค่นั้น วันนี้มีแค่นั้น

287
00:14:34,874 --> 00:14:38,419
‎คุณหวังได้แค่นั้นแหละ
‎ความคาดหวังถูกกำหนดแล้ว

288
00:14:38,502 --> 00:14:40,921
‎เพราะงั้นการแสดงก็จะเริ่ม ณ บัดนี้

289
00:14:45,718 --> 00:14:47,177
‎พวกคุณเคยสังเกตไหมว่า...

290
00:14:54,101 --> 00:14:55,644
‎ทำไมชาวอเมริกัน

291
00:14:58,147 --> 00:14:59,398
‎ถึงได้ไม่โง่

292
00:15:00,274 --> 00:15:02,026
‎มันอะไรกัน

293
00:15:02,735 --> 00:15:04,236
‎พวกคุณไม่โง่นะ

294
00:15:04,528 --> 00:15:07,031
‎ฉันล่ะผิดหวังจริงๆ ที่รู้เรื่องนั้น

295
00:15:07,615 --> 00:15:10,701
‎เพราะว่าฉันถูกทำให้เชื่อมาตลอด โดยพวกคุณ

296
00:15:13,037 --> 00:15:15,331
‎ว่าพวกคุณน่ะโคตรโง่เลย

297
00:15:15,915 --> 00:15:18,834
‎และพอฉันได้เจอพวกคุณ มันก็ไม่ใช่นี่

298
00:15:18,918 --> 00:15:22,630
‎คือพวกคุณมีโควตาน่ะนะ
‎เราก็มีกันหมด แต่พวกคุณไม่...

299
00:15:23,881 --> 00:15:26,759
‎รู้ไหมว่าพวกคุณเป็นไง
‎พวกคุณมั่นใจในทางวัฒนธรรม

300
00:15:27,259 --> 00:15:28,385
‎เป็นเรื่องดีนะ

301
00:15:28,469 --> 00:15:30,846
‎ดีนะ และรู้ไหมว่าใคร
‎มีความสามารถแบบนั้นอีก

302
00:15:30,930 --> 00:15:32,056
‎พวกโรมันโบราณไง

303
00:15:32,139 --> 00:15:34,683
‎และมันก็ดีกับพวกเขานิดหน่อยด้วยนะ

304
00:15:35,184 --> 00:15:36,644
‎อย่าอิน ไม่เป็นไร

305
00:15:37,144 --> 00:15:39,730
‎ถูกแล้ว คุณไม่เป็นไร อเมริกา อดทนไว้

306
00:15:40,981 --> 00:15:41,815
‎อินนิดๆ พอ

307
00:15:41,899 --> 00:15:44,985
‎ฉันคิดว่าความมั่นใจพวกนั้นแหละ
‎ที่ทำให้พวกคุณดูโง่

308
00:15:45,069 --> 00:15:46,278
‎ทนกับฉันหน่อย อย่าอินนะ

309
00:15:46,362 --> 00:15:48,530
‎ฉันคิดจริงนะ เพราะความมั่นใจ...

310
00:15:48,614 --> 00:15:50,199
‎ความมั่นใจทำให้คุณโง่

311
00:15:50,282 --> 00:15:52,117
‎และฉันมั่นใจกับความเห็นนั้นจริงๆ

312
00:15:52,368 --> 00:15:56,455
‎เพราะว่าพวกคุณมั่นใจมาก
‎ในความเป็นอเมริกันของพวกคุณ

313
00:15:56,538 --> 00:16:00,501
‎จนยึดติดสิ่งต่างๆ แค่เพราะมันเป็นอเมริกัน
‎และมันต้องถูกสิ ใช่ไหม

314
00:16:00,584 --> 00:16:02,378
‎พวกคุณยึดติดแค่เพราะมันเป็นอเมริกัน

315
00:16:02,461 --> 00:16:05,798
‎ถึงแม้สิ่งที่พวกคุณยึดติด
‎จะเป็นหลักฐานของความโง่แท้ๆ

316
00:16:07,299 --> 00:16:09,134
‎ฉันจะยกตัวอย่าง สักข้อพอ

317
00:16:09,218 --> 00:16:11,178
‎เราใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

318
00:16:12,221 --> 00:16:15,432
‎ในออสเตรเลียเราก็ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล
‎กับรถยนต์เหมือนกัน

319
00:16:15,516 --> 00:16:18,727
‎เราใช้น้ำมันปิโตรเลียม
‎"น้ำมันปิโตรเลียม" มีหลายพยางค์มาเลย

320
00:16:18,811 --> 00:16:21,563
‎เราไม่มีเวลานะ เรายุ่งกันจะตาย
‎ไม่มีเวลามาพูดหรอก

321
00:16:21,647 --> 00:16:23,691
‎แอลโอแอล เราอยู่กันจุดนี้แหละ

322
00:16:23,774 --> 00:16:26,819
‎เราย่อคำว่า "น้ำมันปิโตรเลียม"
‎อย่างฉลาดใช่ไหม

323
00:16:26,902 --> 00:16:29,363
‎ในออสเตรเลียเราย่อ
‎"น้ำมันปิโตรเลียม" เป็น "น้ำมัน"

324
00:16:30,072 --> 00:16:33,617
‎ฉันไม่ได้อวดนะ เปล่าเลย
‎เราก็แค่หยุดพูดกัน

325
00:16:33,701 --> 00:16:35,869
‎มันเป็นแบบนั้น เราก็พูด "น้ำมัน"

326
00:16:37,746 --> 00:16:40,874
‎พวกคุณขุดลงไปลึกกว่าในหมวกแห่งจินตนาการ

327
00:16:40,958 --> 00:16:42,459
‎เพื่อย่อคำว่า "น้ำมันปิโตรเลียม"

328
00:16:43,002 --> 00:16:45,254
‎เพราะพวกคุณย่อเป็น "แก๊ส"

329
00:16:47,339 --> 00:16:51,260
‎ทีนี้เรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับน้ำมันปิโตรเลียม
‎ก็คือมันเป็นของเหลว

330
00:16:55,347 --> 00:17:00,185
‎และเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับแก๊ส
‎จากความหมายของมัน...

331
00:17:00,728 --> 00:17:02,396
‎ก็คือมันไม่ใช่ของเหลว

332
00:17:02,938 --> 00:17:06,316
‎แต่พวกคุณก็ชอบทำให้คนอื่นสงสัย
‎ในความปกติของตัวเอง

333
00:17:06,400 --> 00:17:08,902
‎ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าในหัวพวกคุณคิดอะไรอยู่

334
00:17:09,403 --> 00:17:10,612
‎แต่พวกคุณก็จะไม่เปลี่ยน

335
00:17:10,695 --> 00:17:13,824
‎พวกคุณก็จะ "มันถูกแล้ว
‎เพราะว่าเราคิดและเราเป็นอเมริกัน"

336
00:17:13,906 --> 00:17:16,577
‎แต่มันไม่ถูก มันโคตรจะโง่เลย

337
00:17:19,121 --> 00:17:23,416
‎เมื่อฉันมาทัวร์ที่นี่ครั้งแรก
‎มีคนบอกให้ฉันปรับสัมเนียงเป็นอเมริกัน

338
00:17:23,916 --> 00:17:25,127
‎ซึ่งฉันตอบไปว่า

339
00:17:25,210 --> 00:17:28,756
‎"บ้านเอ็งสิ 'สำเนียง' ไม่ใช่ 'สัมเนียง'"

340
00:17:30,591 --> 00:17:34,136
‎พูดตามตรง อเมริกันเป็นเหมือนกับ
‎วัฒนธรรมของพวกคนขาวแท้ๆ

341
00:17:36,263 --> 00:17:38,640
‎พวกคุณพูด "โท-เม-โท" และสนแค่นั้น

342
00:17:38,724 --> 00:17:42,102
‎บ้านเอ็งสิ ฉันไม่ยอมให้กับความมั่นใจนั้นหรอกนะ

343
00:17:42,186 --> 00:17:43,771
‎ฉันจะไม่พูดว่า "สเวตเตอร์"

344
00:17:45,939 --> 00:17:48,776
‎ฉันจะพูดว่า "จัมเปอร์" และพวกคุณก็ทำใจซะ

345
00:17:51,236 --> 00:17:54,740
‎ฉันไม่ได้บอกว่า "จัมเปอร์" เข้าท่านะ
‎แม่งไม่ได้เข้าท่าเลย

346
00:17:55,282 --> 00:17:57,701
‎แต่ที่มันทำคือมันฟังสนุกดี

347
00:17:58,744 --> 00:18:00,037
‎"ฉันจะใส่จัมเปอร์นะ"

348
00:18:00,120 --> 00:18:02,081
‎"พวก นายจะโชคดีแน่ ไปเถอะ"

349
00:18:04,083 --> 00:18:05,667
‎พวกคุณใส่สเวตเตอร์กัน

350
00:18:08,921 --> 00:18:11,924
‎"ใช่ นี่คือเสื้อตัวบนที่ฉันใส่
‎เพื่อซับเหงื่อของฉัน"

351
00:18:16,303 --> 00:18:17,137
‎บิสกิต

352
00:18:18,806 --> 00:18:19,723
‎บิสกิต

353
00:18:20,349 --> 00:18:21,183
‎ทำใจเถอะ

354
00:18:22,559 --> 00:18:25,521
‎ฉันเรียกบางคนว่าดิคบิสกิตในรายการ
‎และเมื่อฉันพูด...

355
00:18:25,604 --> 00:18:26,605
‎เพราะฉันโตแล้วนะ

356
00:18:26,688 --> 00:18:27,523
‎และเมื่อ...

357
00:18:28,232 --> 00:18:32,111
‎ฉันพูดว่า "บิสกิต"
‎ฉันหมายถึงสิ่งที่พวกคุณเรียกว่าคุกกี้

358
00:18:32,945 --> 00:18:36,406
‎และไม่ใช่สิ่งที่พวกคุณเรียกว่าบิสกิต
‎ซึ่งฉันเรียกว่าโ้ร้กสโคน

359
00:18:36,490 --> 00:18:38,492
‎ซึ่งก็คือสโคนที่ไร้มารยาท

360
00:18:38,992 --> 00:18:40,285
‎เกินจะควบคุมแล้ว

361
00:18:41,829 --> 00:18:43,789
‎แต่ฉันจะไม่พูดว่า "ดิคคุกกี้" แน่

362
00:18:45,249 --> 00:18:47,793
‎ไม่พูดแน่ ฉันขอปฏิเสธ มันไม่ได้อารมณ์

363
00:18:47,876 --> 00:18:51,380
‎เมื่อคุณเรียกบางคนว่าดิคบิสกิต
‎แปลว่าเราไม่อยากจะชอบพวกนั้น

364
00:18:51,463 --> 00:18:53,715
‎และ "ดิคบิสกิต" ได้อารมณ์นั้น

365
00:18:53,799 --> 00:18:55,634
‎มันฟังเหมือนพวกเขาอยู่บ้านสลิธีริน

366
00:18:56,301 --> 00:18:57,177
‎ดิคบิสกิต

367
00:18:57,970 --> 00:18:58,887
‎ดิคคุกกี้เหรอ

368
00:19:01,181 --> 00:19:02,266
‎บ้านเรเวนคลอ

369
00:19:02,349 --> 00:19:05,686
‎ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาเป็นไง
‎แต่พวกเขาดูโอเคดี ดูสบายดี

370
00:19:07,354 --> 00:19:10,023
‎และฉันเลือกดร.ค็อก บิสกอตติ...

371
00:19:11,817 --> 00:19:12,651
‎ฮัฟเฟิลพัฟ

372
00:19:12,734 --> 00:19:14,403
‎นั่นมันฮัฟเฟิลพัฟชัดๆ เลย

373
00:19:14,903 --> 00:19:16,488
‎ดร.ค็อก บิสกอตติ

374
00:19:16,572 --> 00:19:20,159
‎และฉันไม่ได้คิดถึงกริฟฟินดอร์เลย ช่างแม่งเถอะ

375
00:19:20,242 --> 00:19:22,703
‎พวกเขาเหมือนพวกคนขาวแท้ๆ แห่งฮอกวอตส์

376
00:19:25,914 --> 00:19:29,585
‎"แล้วเฮอร์ไมโอนี่ล่ะ" เธออาจเป็น
‎เฟมินิสต์ที่ไม่ยอมรับหญิงข้ามเพศ ไปตายซะ

377
00:19:32,546 --> 00:19:33,380
‎ยอมรับได้นะ

378
00:19:35,174 --> 00:19:38,635
‎ฉันยอมพวกคุณนะ ฉันไม่ใช่ปีศาจมาจากไหน

379
00:19:38,719 --> 00:19:41,346
‎ฉันจะพูดว่า "วอลโด" "วอลโดอยู่ไหน"

380
00:19:42,222 --> 00:19:45,559
‎ฉันรู้จักเขาในชื่อวอลลี่มาตลอด
‎มันก็ไม่ยากขนาดนั้น

381
00:19:45,642 --> 00:19:46,768
‎"วอลโด" ง่ายๆ

382
00:19:48,103 --> 00:19:50,856
‎เทคนิคก็คือ ถ้าคุณเจอวอลโด คุณก็เจอวอลลี่

383
00:19:50,939 --> 00:19:52,149
‎มันคนเดียวกันนี่

384
00:19:52,816 --> 00:19:55,319
‎และฉันยินดีรับการใช้คำของพวกคุณนะ

385
00:19:55,402 --> 00:19:57,529
‎มีคำมากมายของพวกคุณที่ฉันชอบ

386
00:19:57,613 --> 00:19:58,864
‎อย่าง "อะรูกูล่า"

387
00:19:58,947 --> 00:19:59,907
‎ใช่จ้ะ

388
00:20:00,949 --> 00:20:02,618
‎เราเรียกมันว่า "จรวด"

389
00:20:02,701 --> 00:20:07,039
‎ช่างหัวจรวดสิ ฉันอยากได้อะรูกูล่า
‎มันฟังดูเหมือนแตรของตัวตลกเลย

390
00:20:07,122 --> 00:20:08,207
‎ใช่ อะรูกูล่า

391
00:20:10,751 --> 00:20:11,919
‎และอะลูมินัม

392
00:20:12,753 --> 00:20:16,340
‎ใช่ เรามีคำเดียวกัน แต่เราเรียกว่าอะลูมิเนียม

393
00:20:17,216 --> 00:20:20,010
‎จะพูดอะลูมิเนียมทำไมล่ะ ในเมื่อคุณเล่นกับมันได้

394
00:20:20,886 --> 00:20:21,970
‎"อะลูมินัม"

395
00:20:23,180 --> 00:20:24,514
‎"พอเลย อเมริกา"

396
00:20:26,642 --> 00:20:29,228
‎และคำว่า "ยอล" ใช่เลย

397
00:20:29,311 --> 00:20:31,104
‎"ขอบใจมากทุกคน"

398
00:20:31,188 --> 00:20:33,815
‎"ฉันรับทุกคน ฉันรักทุกคน"

399
00:20:34,983 --> 00:20:39,279
‎เพราะ "ยอล" เป็นสรรพนามพหูพจน์บุรุษที่สอง

400
00:20:39,363 --> 00:20:43,200
‎ที่ดีที่สุด ครอบคลุมที่สุดในโลกภาษาอังกฤษแล้ว

401
00:20:47,037 --> 00:20:49,873
‎ขอบคุณทางใต้ มิตรแท้จริงๆ

402
00:20:54,127 --> 00:20:55,879
‎ฉันลังเลกับคำว่า "บั้นท้าย"

403
00:20:57,673 --> 00:20:58,507
‎พูดถึงคำนะ

404
00:20:58,590 --> 00:21:02,010
‎เพราะที่นี่ "บั้นท้าย" ก็คือก้น ตูด สะโพก

405
00:21:02,261 --> 00:21:05,514
‎แต่ในออสเตรเลีย "บั้นท้าย"
‎จะหมายถึง "บั้นหน้า" น่ะ

406
00:21:05,597 --> 00:21:07,307
‎ใช้ศัพท์รวมๆ นะ ฉันไม่รู้เหมือนกัน

407
00:21:09,643 --> 00:21:14,731
‎ตอนแรกที่ฉันได้ยินว่าทุกคนในอเมริกามีบั้นท้าย
‎ฉันก็คิดเลยว่า "เจ๋ง"

408
00:21:15,941 --> 00:21:16,900
‎เจ๋งดีๆ

409
00:21:18,443 --> 00:21:21,071
‎ฉันจะไปเกาะแห่งเลสเบี้ยน ควบไปเลย

410
00:21:22,864 --> 00:21:24,533
‎เป็นแค่มุกนะ มันไม่เข้ากับตรงนั้น

411
00:21:24,616 --> 00:21:27,452
‎คงจะหลุดมาจากช่วงมุกตลก ขอโทษที

412
00:21:28,870 --> 00:21:31,748
‎ไม่หรอก ฉันรู้ถึงความต่างกัน
‎ของสองอย่างนี้มานานแล้ว

413
00:21:31,832 --> 00:21:33,041
‎ฉันจะไม่มีทางลืมวันที่

414
00:21:33,125 --> 00:21:36,295
‎ฉันได้พบว่าที่นี่ "บั้นท้าย" หมายถึงคนละอย่างกัน

415
00:21:36,378 --> 00:21:40,257
‎ฉันอยู่ที่โรงเรียน อ่านหนังสืออยู่
‎เป็นหนังสืออเมริกัน ไม่ได้แปล

416
00:21:40,716 --> 00:21:43,260
‎ฉันมีพรสวรรค์ด้านภาษามาตลอด

417
00:21:43,885 --> 00:21:48,515
‎มันเป็นแค่หนังสือเด็กเล่มหนึ่ง
‎เกี่ยวกับเด็กสี่คนออกผจญภัย

418
00:21:48,598 --> 00:21:49,891
‎และการผจญภัยหนึ่ง...

419
00:21:49,975 --> 00:21:52,352
‎เด็กสี่คนสไลด์ลงเขา

420
00:21:53,854 --> 00:21:55,522
‎ด้วย "บั้นท้าย" ของพวกเขา

421
00:21:57,899 --> 00:22:00,902
‎และฉันก็เสียเวลาไปทั้งบ่ายเลย

422
00:22:02,529 --> 00:22:06,575
‎ฉันเสียไปทั้งบ่าย
‎พยายามนึกภาพการทำแบบนั้น

423
00:22:06,658 --> 00:22:10,370
‎เพราะนั่นไม่ใช่วิธีที่เราลงเขากันนะ

424
00:22:11,330 --> 00:22:15,250
‎ถ้าคุณลงเขาด้วยท่านั้น
‎คุณไม่ได้เลือก คุณสะดุดต่างหาก

425
00:22:16,335 --> 00:22:20,213
‎แล้วจะมีโอกาสแค่ไหนที่
‎เด็กสี่คนจะสะดุดพร้อมกัน...

426
00:22:21,048 --> 00:22:23,342
‎และผู้บรรยายไม่พูดถึงเลยล่ะ

427
00:22:23,425 --> 00:22:24,509
‎ไม่มีเลย

428
00:22:25,385 --> 00:22:27,763
‎ทำไมถึงเลือกจะลงเขาด้วยวิธีนั้นล่ะ

429
00:22:27,929 --> 00:22:29,097
‎มันไม่ลู่ลมนะ

430
00:22:29,181 --> 00:22:31,516
‎ฉันไม่สนด้วยว่าจะเรียกอะไร
‎แต่ตรงนี้มันบอบบาง

431
00:22:33,393 --> 00:22:35,771
‎แล้วคุณจะลงทางไหนก่อน หัวเหรอ เท้าเหรอ

432
00:22:35,854 --> 00:22:39,941
‎ไม่มีทางไหนลู่ลมเลย
‎แล้วคุณจะทำยังไงกับเข่าล่ะ

433
00:22:46,031 --> 00:22:49,034
‎ฉันน่าจะบอกความหมายของ
‎"ดักลาส" กับพวกคุณนะ

434
00:22:49,743 --> 00:22:53,080
‎เพราะที่นี่หมายถึงคนละเรื่องกับที่บ้านฉันเลย

435
00:22:53,538 --> 00:22:59,086
‎ในออสเตรเลีย ดักลาสเป็นคำสแลง
‎แปลว่ามดลูกจิงโจ้

436
00:23:01,254 --> 00:23:02,381
‎ซะเมื่อไหร่

437
00:23:02,881 --> 00:23:06,259
‎ทำไมเราต้องมีคำสแลงของมันด้วย

438
00:23:07,094 --> 00:23:08,470
‎ให้ตายสิ

439
00:23:08,553 --> 00:23:12,349
‎คนออสเตรเลียก็ไม่
‎ออสเตรเลียขนาดนั้นนะ ไม่เอาน่า

440
00:23:14,226 --> 00:23:15,560
‎มันเป็นแค่ชื่อหมาของฉัน

441
00:23:15,644 --> 00:23:17,354
‎ฉันตั้งชื่อการแสดงตามหมาของฉัน

442
00:23:18,105 --> 00:23:19,231
‎มันชื่อดักลาส

443
00:23:22,776 --> 00:23:25,028
‎แปลกนะที่พวกคุณปรบมือกันเรื่องนั้น เจ๋งดี

444
00:23:25,779 --> 00:23:28,198
‎"ดีมาก คุณตั้งชื่อหมา
‎และชื่อการแสดงเหมือนกัน...

445
00:23:30,534 --> 00:23:31,993
‎คุณไม่ได้แปลกมากแล้ว"

446
00:23:34,079 --> 00:23:36,498
‎ดักลาสเป็นหมาตัวแรกของฉัน

447
00:23:36,581 --> 00:23:39,084
‎ในตอนโตนะ ตอนเด็กๆ ฉันมีหมาเยอะเลย

448
00:23:39,167 --> 00:23:41,962
‎บ้านเราลำบากกับพวกมันนิดหน่อย
‎เราอยู่บนถนนที่วุ่นวาย

449
00:23:45,298 --> 00:23:47,342
‎เอาล่ะ คุณอยู่ตรงนั้นแหละ มันแค่...

450
00:23:48,135 --> 00:23:50,262
‎ทำให้นึกถึงช่วงเวลาและสถานที่

451
00:23:50,971 --> 00:23:53,348
‎ดักลาสสบายดี ฉันไม่ได้อยู่บนถนนที่วุ่นวายอีกแล้ว

452
00:23:53,432 --> 00:23:56,268
‎ฉันดูแลมันอย่างดี พามันไปสวนสุนัข

453
00:23:56,726 --> 00:23:59,229
‎และใครก็ตามที่ไปสวนสุนัขเป็นประจำ

454
00:23:59,312 --> 00:24:02,774
‎รู้ว่าไม่เคยมีบทสนทนาดีๆ เกิดขึ้น

455
00:24:03,442 --> 00:24:04,443
‎ที่สวนสุนัข

456
00:24:04,526 --> 00:24:06,820
‎มันมีแต่การคุยเรื่องลมฟ้าอากาศ

457
00:24:06,903 --> 00:24:09,364
‎และนั่นไม่ใช่ที่ของฉันเลย

458
00:24:09,865 --> 00:24:11,908
‎คุณยังไม่รู้ว่าทำไม แต่คุณรู้นะ

459
00:24:17,747 --> 00:24:19,124
‎ทีนี้ฉันจะเล่าเรื่องหนึ่ง

460
00:24:19,207 --> 00:24:22,794
‎เกี่ยวกับบทสนทนาแย่ๆ ที่ฉันเคยมีที่สวนสุนัข

461
00:24:22,878 --> 00:24:24,463
‎ชายคนนี้เดินเข้ามาหาฉัน

462
00:24:24,546 --> 00:24:27,591
‎คือเขามีหมา เขาไม่ได้น่ากลัวเฉยๆ
‎เขามีบริบทด้วย

463
00:24:28,133 --> 00:24:29,342
‎ฉันอยากเล่าเรื่องนี้

464
00:24:29,426 --> 00:24:31,595
‎ไม่ได้เกี่ยวกันหรอก แต่ฉันอยากให้รู้

465
00:24:31,678 --> 00:24:33,305
‎หมาของเขาใส่รองเท้าด้วย

466
00:24:35,265 --> 00:24:38,018
‎และหมาของเขาไม่อยากจะใส่รองเท้า

467
00:24:38,185 --> 00:24:39,519
‎มันทำแบบนี้...

468
00:24:40,645 --> 00:24:43,982
‎เหมือนเป็นหมาวิปเพ็ท พวกมันสั่นแบบสุดๆ เลย

469
00:24:44,065 --> 00:24:46,318
‎เราไม่รู้ว่าทำไม พวกมันหนาวเหรอ
‎ตื่นเต้นเหรอ

470
00:24:46,401 --> 00:24:48,278
‎แต่มันแบบ สั่นเป็นเจ้าเข้า

471
00:24:48,361 --> 00:24:51,031
‎มันไม่ได้สำคัญกับเรื่องนะ แต่มันสำคัญกับฉัน

472
00:24:51,114 --> 00:24:52,491
‎ฉันเลยอยากให้รู้ไว้

473
00:24:53,617 --> 00:24:55,285
‎ความเครียดที่เพิ่มขึ้น

474
00:24:55,368 --> 00:24:58,288
‎ทีนี้ นี่คืออุบายให้สนิทกันของเพื่อนฉัน

475
00:24:58,371 --> 00:25:01,124
‎เราไม่เคยเจอกัน นี่เป็นอุบายของเขา
‎เขาบอก "รู้ไหม...

476
00:25:02,375 --> 00:25:06,338
‎การยิ้มใช้กล้ามเนื้อน้อยกว่าการขมวดคิ้วนะ"

477
00:25:08,673 --> 00:25:10,675
‎ทีนี้คุณผู้ชายที่นั่งดูอยู่ก็จะพูด

478
00:25:10,759 --> 00:25:13,053
‎"ผ่านประสบการณ์อย่างอื่นมาสินะ"

479
00:25:17,098 --> 00:25:20,602
‎และคุณผู้หญิงที่นั่งตรงนั้นก็จะ
‎"โอ้ ปัดโธ่"

480
00:25:21,853 --> 00:25:25,106
‎และกลุ่มที่ไม่ใช่ทั้งสองจะพูด
‎"นั่นถือว่าลำบากแล้วเหรอ"

481
00:25:28,026 --> 00:25:31,279
‎เมื่ออุบายดำเนินไป มันห่วยแตกเลย

482
00:25:31,363 --> 00:25:34,741
‎ที่เขาจะพูดก็คือ
‎"หน้าผิดแล้ว ช่วยเปลี่ยนได้ไหม"

483
00:25:34,824 --> 00:25:35,659
‎พูดจริงๆ

484
00:25:35,742 --> 00:25:38,787
‎ถึงฉันจะยอมเชื่อเขาทั้งที่สงสัย

485
00:25:38,870 --> 00:25:43,250
‎และเชื่อจริงๆ ว่าการใช้พลังงาน
‎เป็นสิ่งที่เขาห่วงที่สุด

486
00:25:43,333 --> 00:25:46,878
‎เขาแค่มองมาที่ฉันและพูดว่า "ถ้าเธอรู้ล่ะก็

487
00:25:47,963 --> 00:25:49,172
‎เธอคงมีชีวิตที่ดีแล้ว

488
00:25:49,256 --> 00:25:51,841
‎เธอคงกอบโกยได้มากกว่านี้เยอะถ้าเธอรู้"

489
00:25:51,925 --> 00:25:55,554
‎ถึงฉันจะเชื่อแบบนั้น
‎ฉันก็ไม่ได้ทั้งยิ้มหรือขมวดคิ้ว

490
00:25:56,054 --> 00:26:00,809
‎หน้าฉันนิ่ง ซึ่งใช้กล้ามเนื้อแม่งทุกมัดเลย

491
00:26:01,518 --> 00:26:04,938
‎ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าหน้านิ่งๆ ของฉัน
‎ไม่ได้ดูมีความสุขเลย

492
00:26:06,147 --> 00:26:09,693
‎ฉันดูเหมือนกับคนที่ใช้ช้อนแบบกลับหัวแทงมันฝรั่ง

493
00:26:09,776 --> 00:26:10,610
‎พูดจริงๆ นะ

494
00:26:13,738 --> 00:26:14,781
‎ไม่มีกล้ามเนื้อเลย

495
00:26:16,324 --> 00:26:19,703
‎นิ่งมาก ตอนนี้ฉันหน้าหยิ่ง มันเรียกแบบนั้น

496
00:26:19,786 --> 00:26:22,080
‎มันเป็นที่รู้จักในชื่อนั้น หน้าหยิ่ง

497
00:26:22,163 --> 00:26:24,082
‎มีแต่ผู้หญิงที่มีหน้าหยิ่ง

498
00:26:24,165 --> 00:26:28,003
‎พวกผู้ชายมีความคิดที่สำคัญมาก
‎ที่คุณไม่ควรไปกวนเลย

499
00:26:28,086 --> 00:26:32,340
‎จริงๆ นะ ไม่มีใครเข้าไปหาคนแปลกหน้า

500
00:26:32,424 --> 00:26:35,176
‎และพูด "สู้ๆ นะที่รัก มันไม่เกิดขึ้นหรอก" ไม่มี

501
00:26:37,053 --> 00:26:39,139
‎เมื่ออุบายดำเนินไป มันแย่นิดหน่อย

502
00:26:39,222 --> 00:26:40,640
‎รู้ไหมว่าฉันมีท่าทียังไง

503
00:26:40,724 --> 00:26:42,309
‎ฉันเริ่มขมวดคิ้ว

504
00:26:42,392 --> 00:26:46,730
‎ฉันเริ่มใช้กล้ามเนื้อ
‎ที่เมื่อกี้นี้ไม่คิดที่จะใช้เลย

505
00:26:48,023 --> 00:26:52,027
‎แต่ฉันว่ามันออกมาดีมาก
‎เขาเลยพยายามคุยต่ออีก

506
00:26:52,110 --> 00:26:54,070
‎และเขาพูดว่า "หมาคุณชื่ออะไรครับ"

507
00:26:54,154 --> 00:26:57,407
‎คลาสสิก และฉันตอบไปว่า "ดั๊ก"

508
00:26:57,490 --> 00:27:00,076
‎ฉันจะเรียกดักลาสในตอนที่มันซวยเท่านั้น
‎ฉันค้นพบ

509
00:27:01,244 --> 00:27:04,706
‎และเมื่อฉันพูดว่า "ดั๊ก"
‎ท่าทีของชายคนนี้ก็เยอะไปหน่อย

510
00:27:04,789 --> 00:27:06,875
‎เขาก็ ฉันพูด "ดั๊ก" และเขาก็...

511
00:27:09,586 --> 00:27:10,420
‎"ชื่อดี"

512
00:27:12,422 --> 00:27:13,465
‎และฉันบอก...

513
00:27:14,132 --> 00:27:14,966
‎"ไม่เลย"

514
00:27:17,177 --> 00:27:20,263
‎ไม่รู้ว่าทำไม ฉันคงยังอารมณ์ไม่ดีอยู่

515
00:27:20,347 --> 00:27:21,931
‎ฉันตอบไป "มันไม่ใช่ชื่อที่ดี"

516
00:27:23,183 --> 00:27:25,101
‎และเขาก็ตอบ "ดีสิ"

517
00:27:26,519 --> 00:27:28,605
‎ฉันเลยตอบ "ไม่ดี"

518
00:27:30,315 --> 00:27:32,275
‎งั้นเรา นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น

519
00:27:32,359 --> 00:27:34,694
‎ฉันกำลังเถียงกับคนแปลกหน้าในสวนสุนัข

520
00:27:34,778 --> 00:27:36,905
‎ในเรื่องที่ว่าชื่อหมาของฉันดีไหม

521
00:27:36,988 --> 00:27:39,532
‎และฉันไม่ได้อยู่ฝั่งที่คุณคิดว่าฉันจะอยู่ด้วย

522
00:27:41,076 --> 00:27:43,244
‎และหมาของเขาก็ใส่รองเท้า

523
00:27:43,328 --> 00:27:45,997
‎เรามีเรื่องสำคัญกว่านั้นให้พูดนะ

524
00:27:47,457 --> 00:27:49,501
‎แต่เรากลับ "เป็นชื่อที่แย่" "เป็นชื่อที่ดี"

525
00:27:49,584 --> 00:27:51,044
‎จนในที่สุดเขาก็พูด "ฟังนะ

526
00:27:51,836 --> 00:27:53,838
‎มันเป็นชื่อที่ดี เพราะว่าดั๊ก...

527
00:27:54,381 --> 00:27:55,382
‎หมาชอบขุด

528
00:27:56,049 --> 00:27:56,883
‎ดั๊ก

529
00:28:00,011 --> 00:28:04,641
‎และในฐานะตลกอาชีพ
‎มันเป็นช่วงที่น่าอายอย่างน่าประหลาด

530
00:28:04,724 --> 00:28:08,728
‎ที่ได้ฟังคำอธิบายมุกของตัวเอง
‎ที่ฉันไม่เคยคิดเลย

531
00:28:09,854 --> 00:28:11,815
‎เหมือนกับว่าฉันเคยคิด แต่ว่าลืมไปแล้ว

532
00:28:11,898 --> 00:28:13,024
‎เหมือนฉันไม่ได้สังเกต

533
00:28:13,108 --> 00:28:16,945
‎ฉันเลี้ยงดั๊กมากว่าหนึ่งปี
‎ไม่ได้สังเกตเลยว่าชื่อของมันเป็นการเล่นคำ

534
00:28:18,154 --> 00:28:19,322
‎น่าอายจริงๆ

535
00:28:19,406 --> 00:28:22,283
‎ฉันเลยทำสิ่งที่ผู้ใหญ่ที่มีเหตุผลทำกัน

536
00:28:22,367 --> 00:28:24,244
‎โกหก ฉันพูดไปว่า "ไม่"

537
00:28:26,246 --> 00:28:27,497
‎มันชื่อดักลาสต่างหาก

538
00:28:27,997 --> 00:28:31,584
‎และฉันตั้งชื่อมันตามแอ่งลึกดักลาส
‎ขอบอกให้รู้ไว้

539
00:28:32,335 --> 00:28:34,337
‎และเขาตอบว่าแอ่งอะไรนะ

540
00:28:34,421 --> 00:28:35,422
‎เป็นคำถามที่ดี

541
00:28:35,505 --> 00:28:38,466
‎เพราะแอ่งลึกดักลาส
‎เป็นสถานการณ์ที่คลุมเครือ

542
00:28:38,758 --> 00:28:40,135
‎ฉันเลยอธิบายไป

543
00:28:40,218 --> 00:28:44,013
‎ฉันบอก "สิ่งนั้นก็คือพื้นที่เล็กๆ ที่มีอยู่...

544
00:28:44,097 --> 00:28:46,725
‎และมันอยู่ระหว่างรูก้น...

545
00:28:48,518 --> 00:28:52,897
‎กับมดลูกในพื้นที่สืบพันธุ์ทางชีวภาพของผู้หญิง

546
00:28:54,232 --> 00:28:56,234
‎ที่สวนสุนัข

547
00:28:58,319 --> 00:29:00,155
‎และชายคนนี้ไม่กะพริบตาเลย

548
00:29:00,238 --> 00:29:03,241
‎เขาตัวแข็งไป และเริ่มขมวดคิ้ว

549
00:29:03,491 --> 00:29:07,412
‎และจู่ๆ เขาก็เริ่มทำงานหนัก

550
00:29:07,579 --> 00:29:12,000
‎และฉันเอาภาพความกลัวนั้น
‎มาผสมกับความไม่ชอบ

551
00:29:12,083 --> 00:29:15,086
‎และเข้าใจผิดว่ามันเป็นความสงสัยจริงๆ

552
00:29:16,546 --> 00:29:18,506
‎และฉันคิดว่า "ชายคนนี้อยากจะรู้อีก"

553
00:29:19,758 --> 00:29:22,677
‎เลยอธิบายต่อว่า
‎"ไม่ได้อยู่ข้างหน้า หรือข้างหลัง

554
00:29:23,428 --> 00:29:24,471
‎อยู่ตรงกลางเลย

555
00:29:24,554 --> 00:29:28,349
‎มันเป็นพื้นที่ตรงกลาง
‎เราเรียกว่าบั้นหน้าสวิตเซอร์แลนด์

556
00:29:29,184 --> 00:29:30,810
‎และมันไม่มีทางเข้าของตัวเอง

557
00:29:30,894 --> 00:29:32,729
‎ฉันพูดเหมือนกับว่ามันจะทำให้ดีขึ้น

558
00:29:32,812 --> 00:29:33,772
‎"แบบว่า คุณ...

559
00:29:34,314 --> 00:29:35,315
‎คุณไปไม่ถึงหรอก

560
00:29:35,398 --> 00:29:37,484
‎ถึงคุณจะยัดนิ้วโป้งเข้าทางก้น

561
00:29:37,567 --> 00:29:39,652
‎และอีกนิ้วเข้าทางจิ๊มิก็เถอะ

562
00:29:41,029 --> 00:29:42,030
‎และหนีบเข้า

563
00:29:45,241 --> 00:29:46,367
‎ชิ้นส่วนในนั้น...

564
00:29:48,036 --> 00:29:49,954
‎นั่นแหละแอ่งลึกดักลาส ในนั้น

565
00:29:50,038 --> 00:29:51,706
‎ที่สวนสุนัข

566
00:29:57,170 --> 00:29:58,588
‎เพราะมันไม่ใชเรื่องปกติ

567
00:29:58,671 --> 00:30:01,007
‎มันเป็นช่องสำหรับเรื่องฉุกเฉิน...

568
00:30:02,467 --> 00:30:04,511
‎นี่คือทางที่ดีที่สุดที่จะอธิบายได้

569
00:30:04,594 --> 00:30:06,763
‎คุณมีกระเป๋าเดินทางและคุณอยากเปิดมัน

570
00:30:06,846 --> 00:30:09,098
‎คุณรูดซิปรอบกระเป๋า

571
00:30:09,182 --> 00:30:11,351
‎แต่พอคุณเปิดกระเป๋า มันก็เปิดไม่ออก

572
00:30:11,434 --> 00:30:12,977
‎เพราะคุณไม่ได้ใช้กระเป๋าซิป

573
00:30:13,853 --> 00:30:17,315
‎คุณใช้ซิปหลอก ที่วนได้รอบกระเป๋า

574
00:30:17,398 --> 00:30:19,400
‎แต่เปิดไม่ได้ มันเป็นแค่ของปลอม

575
00:30:19,484 --> 00:30:21,861
‎เพราะงั้นเมื่อคุณจะเปิดกระเป๋า มันก็แค่...

576
00:30:23,947 --> 00:30:25,907
‎ตอนนี้คุณเปิดกระเป๋าไม่ได้

577
00:30:25,990 --> 00:30:28,618
‎แต่สิ่งที่คุณทำคือ
‎สร้างพื้นที่เพิ่มเติมในนั้นนิดหน่อย

578
00:30:28,701 --> 00:30:31,871
‎และคุณมองไม่เห็น คุณเปิดมันไม่ได้

579
00:30:32,956 --> 00:30:34,165
‎แต่คุณรู้ว่ามันอยู่ในนั้น

580
00:30:34,249 --> 00:30:36,251
‎นั่นแหละแอ่งลึกดักลาส

581
00:30:39,087 --> 00:30:41,214
‎ขอบคุณ ฉันดีใจมากจริงๆ

582
00:30:41,714 --> 00:30:45,385
‎ฉันดีใจที่พวกคุณชอบคำอธิบาย
‎ของแอ่งลึกดักลาสนะ

583
00:30:45,468 --> 00:30:47,887
‎เพราะเพื่อนฉันที่สวนสุนัขไม่ชอบ

584
00:30:51,266 --> 00:30:54,060
‎ฉันแค่ยังลืมไม่ได้ ในตัวฉันยังมีบางอย่าง

585
00:30:54,143 --> 00:30:55,812
‎ในบางส่วนในตัวฉัน

586
00:30:56,563 --> 00:30:58,481
‎ที่เรียกว่าแอ่งลึกดักลาส

587
00:30:59,816 --> 00:31:01,943
‎มันโคตรแปลกเลย

588
00:31:02,485 --> 00:31:04,821
‎แต่มันก็เป็นเครื่องเตือนให้เรารู้ว่าเราอยู่ในโลก

589
00:31:04,904 --> 00:31:07,323
‎ที่ทุกสิ่งอย่างตั้งชื่อโดยผู้ชาย

590
00:31:08,366 --> 00:31:09,492
‎ทุกอย่างเลย

591
00:31:10,243 --> 00:31:11,452
‎ทุกอย่าง

592
00:31:11,536 --> 00:31:14,414
‎และนั่นก็ตั้งชื่อตามดร.เจมส์ ดักลาสนะ

593
00:31:14,539 --> 00:31:17,750
‎ที่เป็นหมอตำแยชายชาวสกอตแลนด์
‎ในศตวรรษที่ 18

594
00:31:18,543 --> 00:31:21,504
‎มันเป็นกลุ่มเป้าหมายที่น่าอึดอัดจริงๆ

595
00:31:21,588 --> 00:31:25,633
‎อย่าตั้งชื่อลิงก์อินของคุณด้วยชื่อนั้นนะ
‎นั่นเป็นความผิดพลาด

596
00:31:26,634 --> 00:31:30,513
‎มันถูกตั้งชื่อตามดร.เจมส์ ดักลาส
‎เพราะเขาพบมันเป็นคนแรก

597
00:31:31,848 --> 00:31:34,309
‎วันอะไรเนี่ย เขาต้องมีวันแบบไหนกัน

598
00:31:35,018 --> 00:31:37,312
‎แค่รื้อค้นซากศพผู้หญิง

599
00:31:37,395 --> 00:31:39,147
‎รื้อค้น ตอนนั้นงานอดิเรกคงต่างกัน

600
00:31:39,272 --> 00:31:41,024
‎เขาคงเจอซิปหลอกของเธอ

601
00:31:41,107 --> 00:31:43,359
‎และเห็นมันตั้งอยู่ ไม่มีชื่อ

602
00:31:43,443 --> 00:31:46,195
‎ซึ่งคงเป็นตอนที่ดร.เจมส์ ดักลาสคิดว่า
‎"นี่แหละ

603
00:31:47,530 --> 00:31:49,574
‎นี่แหละมรดกของฉัน"

604
00:31:52,076 --> 00:31:55,121
‎จริงๆ นะ มันไม่เคยหยุดทำให้ฉันทึ่งเลย

605
00:31:55,204 --> 00:31:57,790
‎กับวิธีที่ผู้ชายตัวเล็กๆ ทำเพื่อจะเป็นที่จดจำ

606
00:31:58,541 --> 00:32:01,544
‎เขาเจออะไรไม่รู้และจองไว้

607
00:32:03,421 --> 00:32:05,214
‎เราคงได้อยู่ในโลกที่ต่างไปมาก

608
00:32:05,298 --> 00:32:08,051
‎ถ้าผู้หญิงมีส่วนร่วมในการตั้งชื่อสิ่งต่างๆ

609
00:32:08,593 --> 00:32:10,970
‎คุณผู้ชายเชื่อจริงๆ ไหมว่าจะมีลูกบอลต่างๆ

610
00:32:11,054 --> 00:32:12,764
‎ถ้ามีผู้หญิงเข้าร่วมประชุมด้วย

611
00:32:14,474 --> 00:32:15,892
‎ไม่หรอก เพราะแบบนี้

612
00:32:15,975 --> 00:32:19,187
‎ผู้หญิงไม่คิดว่าลูกป๋องแป๋งของคุณเป็นกีฬาหรือเกม

613
00:32:19,270 --> 00:32:22,815
‎คุณชอบเล่นกับพวกมัน
‎มันเป็นสิ่งที่คุณชอบทำและทำคนเดียวด้วย

614
00:32:23,107 --> 00:32:24,108
‎เจ๋งดีนะ

615
00:32:24,901 --> 00:32:28,279
‎แต่คุณจะชอบไหมถ้าเราจับแบบเต็มไม้เต็มมือ

616
00:32:30,907 --> 00:32:33,660
‎คุณจะชอบแม่งได้ยังไง

617
00:32:34,160 --> 00:32:37,997
‎มีผู้หญิงแก่ๆ มาจับเป้าของคุณอยู่ทั้งวัน

618
00:32:38,081 --> 00:32:39,290
‎คุณจะชอบลงได้ยังไง

619
00:32:40,625 --> 00:32:43,503
‎ขอโทษที ฉันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ นี่มันอะไรน่ะ

620
00:32:44,420 --> 00:32:45,421
‎ขอโทษนะ

621
00:32:46,714 --> 00:32:50,009
‎ในสายตาของฉัน คาเรนเป็นหุ่นกระบอก แค่...

622
00:32:51,344 --> 00:32:52,345
‎"นี่มันอะไร..."

623
00:32:53,221 --> 00:32:54,430
‎ฉันเคยต้องไปหาหมอ

624
00:32:54,514 --> 00:32:56,265
‎เรื่องมันนานแล้วล่ะ

625
00:32:56,349 --> 00:32:58,393
‎เพราะฉันมีปัญหาบางอย่างแถวๆ พื้นที่ดักลาส

626
00:32:58,476 --> 00:32:59,936
‎พูดกว้างมากๆ

627
00:33:01,104 --> 00:33:04,440
‎และหมอประจำของฉันไม่อยู่
‎ฉันเลยตรวจกับหมอที่มาแทน

628
00:33:05,108 --> 00:33:08,653
‎หมอที่มาแทนไม่ใช่คนที่ฉันจะเลือกเองแน่

629
00:33:08,736 --> 00:33:11,155
‎เราไม่เข้ากันเลย เข้ากันไม่ได้ตั้งแต่แรก

630
00:33:11,239 --> 00:33:13,574
‎เขาเป็นพวกโคตรโง่อวดดี

631
00:33:13,658 --> 00:33:16,744
‎แต่ก็เป็นหมอที่มีความสามารถนะ ใช่ แน่นอน

632
00:33:16,828 --> 00:33:19,330
‎แต่มันคือแผนภาพของเวนน์ที่ซ้อนกันไปมา

633
00:33:21,124 --> 00:33:22,875
‎เราจะเรียกเขาว่าดร.ดิค บิสกิตแล้วกัน

634
00:33:22,959 --> 00:33:24,293
‎โอเค เอาล่ะ

635
00:33:24,377 --> 00:33:28,506
‎ทีนี้ ดร.ดิค บิสกิตตัดสินใจ
‎หลังจากไม่ได้ตรวจอะไรเลย

636
00:33:28,589 --> 00:33:31,175
‎ว่าทางแก้ของปัญหาที่ดักลาสฉัน...

637
00:33:32,218 --> 00:33:34,178
‎คือฉันต้องใช้ยาคุมกำเนิด

638
00:33:34,804 --> 00:33:37,223
‎ยา ยังมีหลักฐานอีกว่าผู้ชายตั้งชื่อมันทุกอย่าง

639
00:33:37,306 --> 00:33:39,475
‎"ยา" โคตรคลุมเครือเลยใช่ไหม

640
00:33:40,435 --> 00:33:43,771
‎"ของส่วนใหญ่ที่หมอสั่งจ่ายไป เรียกว่ายาก็ได้"

641
00:33:44,272 --> 00:33:45,898
‎เขาก็แบบ "ใช่ แต่นี่ก็คือยานะ"

642
00:33:45,982 --> 00:33:49,068
‎ฟังดูเหมือนว่ามันเป็นยาเม็ดยักษ์
‎ที่จัตุรัสกลางเมือง

643
00:33:49,152 --> 00:33:51,070
‎ที่เราทุกคนต่างรีบออกไปแทะ
‎"วันจันทร์แล้ว"

644
00:33:52,530 --> 00:33:54,949
‎"มันช่วยอะไร"
‎"เวทมนตร์ หุบปาก เรียกมันว่ายาซะ"

645
00:33:57,035 --> 00:33:59,662
‎ฉันบอกดร.ดิค บิสกิต
‎"ฟังนะ ฉันไม่อยากกินยา

646
00:33:59,746 --> 00:34:03,416
‎ฉันเคยกินยาแล้ว
‎และยาจะทำให้ฉันคิดฆ่าตัวตายค่ะ"

647
00:34:03,583 --> 00:34:05,585
‎คงคิดว่าฉันไม่เหลือความเจ็บปวดแล้วสิ

648
00:34:07,587 --> 00:34:10,339
‎ทีนี้ดร.ดิค บิสกิตไม่ชอบให้ฉันพูดเรื่องนั้นที่โต๊ะ

649
00:34:10,422 --> 00:34:12,550
‎โต๊ะที่เป็นการปรึกษาเรื่องร่างกายฉัน

650
00:34:12,632 --> 00:34:14,510
‎เขาก็แบบ "ไม่ๆ ขอบคุณมากครับ"

651
00:34:14,594 --> 00:34:16,721
‎และรู้ไหมว่าเขาทำอะไร เขาบอกให้ฉันเงียบ

652
00:34:17,554 --> 00:34:20,266
‎เขาบอก "คุณจะฟังผมได้ดีนะ"

653
00:34:21,350 --> 00:34:22,726
‎นั่นเป็นการเปิดศึกของเรา

654
00:34:23,268 --> 00:34:26,563
‎และฉันทำสิ่งที่ทำเสมอเวลาเกิดความขัดแย้ง

655
00:34:26,647 --> 00:34:28,274
‎ฉันเล่นมุก ฉันเล่นมุกนี้ไป

656
00:34:28,357 --> 00:34:32,320
‎ฉันบอก "แทนที่จะเรียกมันว่ายา
‎ให้ตัดมดลูกไปเลยดีไหม"

657
00:34:33,154 --> 00:34:35,782
‎ใช่ คุณเข้าใจแต่ไม่รู้ว่าทำไมเขาไม่เข้าใจ

658
00:34:35,864 --> 00:34:37,949
‎เมื่อมุกเล่นไป คลาสสิกเลย

659
00:34:38,034 --> 00:34:38,868
‎ฉันก็...

660
00:34:39,786 --> 00:34:41,871
‎คิดออกแต่บริบทที่เป็นมุกตลกได้

661
00:34:41,954 --> 00:34:45,123
‎มันอะไรกัน ฉันจะคุมตัวเองได้ไหมเนี่ย

662
00:34:45,208 --> 00:34:46,083
‎ไม่ใช่ครั้งนี้แน่

663
00:34:46,167 --> 00:34:47,918
‎ชัดเจนว่า มันเป็นมุกตลก

664
00:34:48,002 --> 00:34:50,670
‎และมันก็ควรจะชัดเจน
‎เพราะฉันใช้คำที่เป็นมุกเลย

665
00:34:50,755 --> 00:34:52,422
‎ไม่ได้ใช้ศัพท์เฉพาะนะ

666
00:34:52,507 --> 00:34:54,342
‎ฉันไม่ได้พูดว่า "การตัดมดลูก"

667
00:34:54,425 --> 00:34:57,470
‎ที่ฉันพูดคือ "ทำไมไม่เอาออกไปให้หมดเลยล่ะ"

668
00:35:00,056 --> 00:35:02,725
‎ถ้ามันยังไม่ชัดพอ ฉันก็พูดต่อด้วย

669
00:35:02,809 --> 00:35:05,603
‎"เห็นว่าการตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออก
‎กำลังมาแรงนะ หมอ

670
00:35:06,854 --> 00:35:08,898
‎และนี่มันก็ไม่สปาร์กจอยเลย"

671
00:35:10,817 --> 00:35:12,485
‎ขอบคุณ ฉันดีใจมากจริงๆ

672
00:35:12,568 --> 00:35:14,403
‎ฉันดีใจมากที่พวกคุณชอบมุกนั้นกัน

673
00:35:14,487 --> 00:35:16,405
‎เพราะว่าดร.ดิค บิสกิตไม่ชอบเลย

674
00:35:16,489 --> 00:35:18,241
‎เขาไม่เข้าใจมุกฉันเลย

675
00:35:18,324 --> 00:35:20,284
‎ฉันเองก็ไม่เข้าใจความเป็นมนุษย์ของเขา

676
00:35:20,576 --> 00:35:24,413
‎และหลายอย่างก็เพิ่มจากจุดนั้น
‎และเขาก็เริ่มขึ้นเสียง

677
00:35:24,705 --> 00:35:28,543
‎และตอนที่เขาพูดใส่ฉันไม่หยุด ฉันก็เริ่มร้องไห้

678
00:35:28,876 --> 00:35:31,754
‎แล้วดร.ดิค บิสกิตก็ใช้ความเศร้าของฉัน

679
00:35:32,171 --> 00:35:33,881
‎เป็นตัวยืนยันคำวินิจฉัยของเขา

680
00:35:34,132 --> 00:35:35,967
‎ชัดเจนว่าเป็นเพราะฮอร์โมนฉัน

681
00:35:36,676 --> 00:35:39,095
‎ชิ่งได้ดีมาก ดิค บิสกิต

682
00:35:39,178 --> 00:35:41,722
‎บ้านเอ็งสิ ผู้ชายเรียกผู้หญิงว่ามีฮอร์โมน

683
00:35:41,806 --> 00:35:44,976
‎มันน่าจะเป็นงานอดิเรกอันดับหนึ่งตลอดกาล
‎ของพวกผู้ชายเลย

684
00:35:45,518 --> 00:35:47,687
‎เหมือนว่าผู้ชายมีสิทธิ์บอกว่าผู้หญิงฮอร์โมนมา

685
00:35:47,770 --> 00:35:51,357
‎ทุกครั้งที่ผู้หญิงพูดหรือทำอะไร
‎ที่ผู้ชายคาดเดาไม่ถูก

686
00:35:51,440 --> 00:35:52,859
‎แค่นั้นแหละ

687
00:35:52,942 --> 00:35:54,819
‎เหมือนว่า "ผมไม่ได้คิดไว้แบบนั้นเลย

688
00:35:54,902 --> 00:35:57,864
‎ชัดเลยว่าคุณแค่ล้มเหลวด้านความปั่นป่วนภายใน

689
00:35:57,947 --> 00:35:59,532
‎ที่คุณสร้างเป็นยัยตัวแสบ"

690
00:36:00,658 --> 00:36:05,121
‎ผู้ชายบอกว่าผู้หญิงฮอร์โมนมา
‎อย่างกับพวกเขาไม่มีฮอร์โมน

691
00:36:05,204 --> 00:36:06,831
‎นั่นเป็นสิ่งที่กวนใจฉัน

692
00:36:07,165 --> 00:36:10,126
‎เพราะข่าวล่ามาแรง พวกคุณก็มีฮอร์โมนนะ

693
00:36:10,418 --> 00:36:12,378
‎บางครั้งพวกคุณก็หัวร้อนด้วย

694
00:36:14,297 --> 00:36:15,173
‎ใช่ จริงนะ

695
00:36:15,756 --> 00:36:18,259
‎บางครั้งคาเรนแค่บีบนิดๆ หน่อยๆ

696
00:36:19,343 --> 00:36:20,178
‎พวกคุณก็โมโหแล้ว

697
00:36:20,261 --> 00:36:22,930
‎ก็ยุติธรรมดี คุณเป็นแค่มนุษย์
‎คนดีๆ ก็เจอแบบนั้นทั้งนั้น

698
00:36:23,014 --> 00:36:26,809
‎หลายคนรู้ว่าฉันอยากเล็มดาร์กช็อกโกแลต
‎ในวันพระจันทร์เต็มดวง

699
00:36:27,435 --> 00:36:28,269
‎เวทมนตร์

700
00:36:29,520 --> 00:36:31,439
‎แต่ฉันไม่เคยต้องต่อยประตู

701
00:36:31,522 --> 00:36:33,191
‎เราต่างมีมุมของตัวเอง

702
00:36:38,654 --> 00:36:42,450
‎จริงๆ นะ พวกคุณคิดว่า
‎"เด็กผู้ชายก็แบบนี้" แปลว่า...

703
00:36:42,867 --> 00:36:45,661
‎ผู้ชายเก่งเรื่องปรับฮอร์โมนตัวเองนักเหรอ

704
00:36:46,287 --> 00:36:48,706
‎มันไม่ใช่คำแก้ตัวที่ดีนักสำหรับการข่มขืน

705
00:36:48,789 --> 00:36:50,791
‎ที่คนมากมายอยากให้มันหมายความแบบนั้น

706
00:36:50,875 --> 00:36:52,585
‎รู้ไหมว่า "เด็กผู้ชายก็แบบนี้" แปลว่าไง

707
00:36:52,668 --> 00:36:56,005
‎มันแปลว่า เราไม่ได้เตรียมพวกเด็กผู้ชาย
‎ให้พร้อมเข้าสู่โลกที่แท้จริงเลย

708
00:36:56,088 --> 00:36:57,965
‎มันแปลว่าเรารู้

709
00:36:58,841 --> 00:37:01,469
‎เรารู้ว่าพวกเด็กผู้ชาย
‎อยู่ใต้การควบคุมของฮอร์โมน

710
00:37:01,552 --> 00:37:04,972
‎แต่เราให้พวกเขารับผิดชอบ
‎การกระทำของตัวเองไม่ได้

711
00:37:05,056 --> 00:37:07,558
‎เราเลยโยนความรับผิดชอบมาให้ผู้หญิง

712
00:37:08,684 --> 00:37:09,518
‎หยุดได้แล้ว

713
00:37:10,728 --> 00:37:13,522
‎มันเป็นเหยื่อล่อ ไอ้พวกโง่
‎มันเป็นเหยื่อ อย่าไปยุ่งกันมัน

714
00:37:22,281 --> 00:37:23,407
‎มันไม่ใช่สำหรับพวกคุณ

715
00:37:25,826 --> 00:37:26,994
‎ไม่ใช่การชุมนุมนะ

716
00:37:27,078 --> 00:37:27,912
‎แม่งเอ๊ย

717
00:37:30,248 --> 00:37:32,959
‎ทุกครั้งที่ทำแบบนั้น
‎ฉันรู้สึกว่าต้องเดินรอบเหยื่อล่อ

718
00:37:38,130 --> 00:37:41,133
‎ฉันไม่ต้องการให้ฮอร์โมนของฉันไร้เหตุผล

719
00:37:41,342 --> 00:37:43,219
‎ฉันอยากให้พวกผู้ชายรู้ไว้

720
00:37:43,761 --> 00:37:46,931
‎ฉันไม่อยาก ฉันไร้เหตุผลได้ถ้าฉันอยากทำ

721
00:37:48,099 --> 00:37:51,143
‎ฉันมีสิ่งที่เรียกว่า "โมเมนต์ปลาปักเป้า"

722
00:37:51,227 --> 00:37:54,814
‎รู้จักปลาปักเป้าใช่ไหม
‎พวกปลาที่ตกใจและ "นี่แหละทางแก้"

723
00:37:54,939 --> 00:37:55,773
‎ซะเมื่อไหร่

724
00:37:59,360 --> 00:38:01,654
‎นั่นแหละที่เกิด
‎ฉันเต็มไปด้วยความโกรธที่ไร้พลัง

725
00:38:01,737 --> 00:38:05,032
‎และฉันทำอะไรไม่ได้กับอะไรก็ตามที่ฉันโกรธ
‎เพราะว่าฉันแค่...

726
00:38:07,034 --> 00:38:09,787
‎"ถ้าแกกินฉัน แกตายแน่
‎ไม่งั้นฉันก็จะอยู่แบบนี้"

727
00:38:11,330 --> 00:38:14,000
‎และเป็นแค่เรื่องเล็กๆ ที่กระตุ้นปลาปักเป้าได้

728
00:38:14,083 --> 00:38:17,336
‎ไม่ใหญ่เลย แค่เรื่องเล็กๆ อย่างอาหารยุคหิน

729
00:38:17,420 --> 00:38:20,047
‎อย่ามองฉันด้วยสายตาไม่เชื่อแบบนั้นสิ

730
00:38:20,923 --> 00:38:23,175
‎เพราะการโต้ตอบของฉันมันคุมไม่ได้

731
00:38:23,718 --> 00:38:24,760
‎มันไม่ได้สัดส่วน

732
00:38:24,844 --> 00:38:28,306
‎บางคนจะพูดแบบซื่อๆ ว่า
‎"ฉันกินอาหารยุคหิน" ฉันก็ตอบ "จริงเหรอ"

733
00:38:31,559 --> 00:38:34,395
‎ข้อแรก ฉันไม่สน สอง คุณปากเหม็น

734
00:38:35,604 --> 00:38:38,316
‎กินผักบ้างเถอะแม่คุณ

735
00:38:38,566 --> 00:38:40,401
‎สาม เราไม่รู้ว่าพวกเขากินอะไร

736
00:38:41,777 --> 00:38:46,907
‎เราไม่รู้เลยว่าคนยุคหินจริงๆ กินอะไรกัน

737
00:38:46,991 --> 00:38:53,039
‎แต่เราบอกได้เลยว่าพวกเขาไม่ได้กิน
‎ป๊อปคอร์นดอกกะหล่ำแน่ ไอ้โง่เอ๊ย

738
00:38:56,834 --> 00:39:01,839
‎และมันไม่ได้สำคัญเลยว่า
‎ฉันอยู่ตรงไหนของวงโคจร

739
00:39:01,922 --> 00:39:03,174
‎โกรธพอๆ กัน

740
00:39:07,219 --> 00:39:08,804
‎"วอลโดอยู่ไหน" เป็นอีกเรื่อง

741
00:39:09,472 --> 00:39:10,306
‎ไปตายซะ

742
00:39:11,599 --> 00:39:14,143
‎เพราะทำไมต้องวอลโดล่ะ ทำไม

743
00:39:15,186 --> 00:39:17,188
‎ทำไมเราต้องเสียเวลามากมาย

744
00:39:17,271 --> 00:39:20,983
‎จากชีวิตของเด็กๆ หลายยุคตามหาเจ้าบ้านั่นด้วย

745
00:39:22,151 --> 00:39:25,112
‎เพราะคุณมองหาไม่หยุด
‎และการมองหาคือการลงทุน

746
00:39:25,196 --> 00:39:28,282
‎คุณเป็นห่วงและก็เริ่มกังวล
‎"หวังว่าเขาจะไม่เป็นไรนะ"

747
00:39:29,200 --> 00:39:32,203
‎และคุณก็หาเขาและก็ไม่มีอะไรสำคัญเลย สักนิด

748
00:39:32,745 --> 00:39:36,999
‎เขาแค่กำลังมีช่วงเวลาที่ดีในวันหยุดเท่านั้น

749
00:39:37,083 --> 00:39:38,959
‎ไปตายซะ วอลโด

750
00:39:40,127 --> 00:39:44,298
‎เขาควรหาตัวเองสิ เหมือนที่เราทุกคนทำกัน

751
00:39:45,466 --> 00:39:46,300
‎จริงๆ นะ

752
00:39:48,260 --> 00:39:52,973
‎ถ้าคุณอยากจะดูภาพประกอบหนังสือเด็ก
‎ที่เป็นชาวผิวขาวที่มีอภิสิทธิ์

753
00:39:53,057 --> 00:39:54,058
‎ก็หมอนั่นแหละ

754
00:39:55,309 --> 00:39:58,771
‎เพราะว่าเขาเป็นคนที่ไม่ต้องพยายามอะไรเลย

755
00:39:59,480 --> 00:40:01,482
‎ไม่พยายามช่วยเหลือตัวเองเลย

756
00:40:01,565 --> 00:40:03,818
‎แต่ยังหวังให้ทุกคนบนโลก

757
00:40:03,901 --> 00:40:07,071
‎สนใจว่าเขาอยู่ที่ไหนตลอดเวลาอีก

758
00:40:08,989 --> 00:40:12,576
‎เปลี่ยนจัมเปอร์น่าเกลียดๆ ของนายซะเถอะ

759
00:40:19,542 --> 00:40:23,462
‎พูดจริงๆ มันผันแปร
‎ตามพระจันทร์และกระแสน้ำนะ

760
00:40:25,464 --> 00:40:29,385
‎แต่สุดท้ายแล้ว อารมณ์ฉันสูญเปล่าจริงๆ

761
00:40:30,261 --> 00:40:33,097
‎ฉันยังเสียพวกมันไปกับ "เต่านินจา" ด้วย

762
00:40:33,597 --> 00:40:34,432
‎ปัญหาใหญ่เลย

763
00:40:36,725 --> 00:40:38,060
‎โดนาเทลโล ฉันจะบอกให้

764
00:40:38,144 --> 00:40:42,648
‎ก็ถ้าคุณไม่รู้จัก เต่านินจาเป็นแก๊งข้างถนน

765
00:40:42,731 --> 00:40:44,650
‎และแปลกนะที่มันไม่ใช่ปัญหาของฉัน

766
00:40:45,359 --> 00:40:47,987
‎มันเป็นหนังสือการ์ตูน รายการทีวี แฟรนไชส์หนัง

767
00:40:48,070 --> 00:40:50,823
‎และกลุ่มเป้าหมายของมันคือเด็กผู้ชายรุ่นๆ

768
00:40:50,906 --> 00:40:54,034
‎ทีนี้เต่านินจาก็มีหลายชื่อ

769
00:40:54,118 --> 00:40:57,371
‎ไมเคิลแองเจโล ลีโอนาร์โด
‎ราฟาเอลและโดนาเทลโล

770
00:40:57,455 --> 00:40:59,373
‎พวกมันได้ชื่อตามศิลปินยุคเรเนสซองส์

771
00:40:59,457 --> 00:41:02,793
‎เพราะไม่มีอะไรที่บอกว่าภาพบนผนังปูน
‎เหมือนกระบองสองท่อน ถูกไหม

772
00:41:02,877 --> 00:41:03,794
‎ฉันไม่ถูกหรอก

773
00:41:04,879 --> 00:41:07,631
‎ทีนี้ เรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับเรเนสซองส์

774
00:41:07,715 --> 00:41:09,592
‎สิ่งที่เราเข้าใจกันว่าเป็นเรเนสซองส์

775
00:41:09,675 --> 00:41:12,761
‎คือยุคทองของเรเนสซองส์
‎และมันเป็นการเคลื่อนไหวทางศิลปะช่วงสั้นๆ

776
00:41:12,845 --> 00:41:14,221
‎ยี่สิบปี จบ

777
00:41:14,305 --> 00:41:17,391
‎ตั้งแต่ปี 1500 ถึง 1520 จบ

778
00:41:18,267 --> 00:41:20,060
‎ไมเคิลแองเจโล ลีโอนาร์โด ราฟาเอล

779
00:41:20,144 --> 00:41:23,397
‎อยู่จุดสูงสุดทางศิลปะในช่วง 20 ปีนั้น

780
00:41:23,939 --> 00:41:25,566
‎โดนาเทลโล ไม่เลย

781
00:41:25,649 --> 00:41:27,234
‎ไม่ๆ เขาตายไปแล้ว

782
00:41:28,903 --> 00:41:32,615
‎ตายเมื่อปี 1465

783
00:41:33,949 --> 00:41:37,036
‎เขาไม่เข้ากับแก๊งข้างถนนแก๊งนี้

784
00:41:38,120 --> 00:41:39,497
‎เขาตายไปแล้ว

785
00:41:42,208 --> 00:41:44,460
‎รู้ไหมว่าใครเข้ากับแก๊งนี้

786
00:41:44,543 --> 00:41:48,005
‎ทิเชียน โดยสิทธิ์แล้ว มันควรเป็นทิเชียน

787
00:41:48,756 --> 00:41:52,343
‎รู้ไหมว่าทำไมทิเชียนไม่ได้เข้าแก๊งนั้น

788
00:41:52,426 --> 00:41:54,845
‎เพราะกลุ่มเป้าหมายของรายการนั้น

789
00:41:54,929 --> 00:41:58,849
‎รับมือกับชื่อที่ขึ้นต้นแบบนั้นไม่ไหว
‎เพราะฮอร์โมนของพวกเขาไง

790
00:42:01,227 --> 00:42:04,063
‎เราไม่ได้เตรียมพวกเด็กผู้ชาย
‎ให้พร้อมเข้าสู่โลกที่แท้จริงเลย

791
00:42:04,146 --> 00:42:06,106
‎ประวัติศาสตร์ที่พวกเขาเขียนด้วย ประหลาด

792
00:42:08,526 --> 00:42:10,819
‎และพวกเขาเป็นเต่าบก

793
00:42:12,071 --> 00:42:13,405
‎ไม่ใช่เต่าทะเล

794
00:42:14,615 --> 00:42:15,824
‎พวกเขาเป็นเต่าบก

795
00:42:15,908 --> 00:42:18,410
‎เต่าบกเดินเสียงดัง เต่าทะเลจะว่ายน้ำ

796
00:42:18,494 --> 00:42:20,162
‎ทีนี้ฉันเข้าใจว่า...

797
00:42:20,955 --> 00:42:24,625
‎ฉันเข้าใจว่าพวกเขาเป็นมนุษย์กลายพันธุ์
‎ฉันเข้าใจ

798
00:42:25,834 --> 00:42:27,461
‎แต่พวกเขาใช้กระบองสองท่อน

799
00:42:27,545 --> 00:42:31,840
‎แปลว่าพวกเขาต้องมีความเชี่ยวชาญทางบกแน่

800
00:42:31,924 --> 00:42:33,425
‎และนี่มันก็ไม่พอ

801
00:42:34,510 --> 00:42:37,346
‎เราไม่ได้เตรียมพวกเด็กผู้ชาย
‎ให้พร้อมเข้าสู่โลกที่แท้จริงเลย

802
00:42:37,972 --> 00:42:40,349
‎ถ้าพวกเขาไปกาลาปาโกสกันล่ะ ซวยแน่

803
00:42:48,941 --> 00:42:50,568
‎ปลาปักเป้าล่าสุดของฉัน

804
00:42:51,402 --> 00:42:53,362
‎เป็นช่วงระหว่างการคุยกับชายคนนี้

805
00:42:53,445 --> 00:42:56,782
‎ที่พยายามจะบอกฉันว่ากอล์ฟไม่ใช่กีฬา

806
00:42:57,533 --> 00:43:01,078
‎เพราะว่ามันไม่ทำให้ระบบหัวใจหลอดเลือดสูบฉีด

807
00:43:01,870 --> 00:43:03,789
‎น่าสนใจไหมล่ะ

808
00:43:06,625 --> 00:43:09,044
‎ไม่สำคัญว่าคุณจะหมุนมันยังไง โง่

809
00:43:10,129 --> 00:43:12,006
‎มันแย่ลงเพราะว่าเขาพูดไม่หยุด

810
00:43:12,089 --> 00:43:14,633
‎เขาบอกว่า "ถ้าคุณเข้าร่วมอะไรสักอย่าง

811
00:43:14,717 --> 00:43:17,136
‎และมันไม่ทำให้ระบบหัวใจหลอดเลือดสูบฉีด

812
00:43:17,219 --> 00:43:19,054
‎ก็ถือว่าไม่ได้เล่นกีฬา

813
00:43:19,638 --> 00:43:21,890
‎คุณก็แค่เล่นเกมเท่านั้น"

814
00:43:22,725 --> 00:43:25,853
‎และบทสนทนานั้นทำให้ฉันโกรธมากจริงๆ

815
00:43:25,936 --> 00:43:27,271
‎ก็มันเหมือนกีฬานี่

816
00:43:29,773 --> 00:43:32,026
‎ฉันหวังว่าจะไม่มีใครที่นี่พูดว่า "ในที่สุด

817
00:43:32,693 --> 00:43:34,570
‎ก็มีคนปกป้องเกียรติของกอล์ฟสักที"

818
00:43:34,653 --> 00:43:36,405
‎นั่นมันจะไม่เกิดขึ้นที่นี่

819
00:43:37,656 --> 00:43:39,366
‎ที่จริง ฉันหวังว่ากอล์ฟจะเศร้า

820
00:43:39,450 --> 00:43:41,702
‎ฉันหวังว่ากอล์ฟจะอยากบ่นนะ

821
00:43:41,785 --> 00:43:45,623
‎เพราะฉันโคตรเกลียดกอล์ฟ
‎ด้วยความโกรธอย่างมีเหตุผลที่ฉันสะสมมา

822
00:43:45,706 --> 00:43:49,460
‎โคตรเสียที่ดิน เวลาและน้ำเลย

823
00:43:49,543 --> 00:43:51,128
‎ให้ตายเถอะ

824
00:43:51,920 --> 00:43:52,755
‎จริงๆ นะ

825
00:43:53,255 --> 00:43:56,258
‎พวกผู้ชายที่มีครอบครัวและเล่นกอล์ฟ

826
00:43:56,425 --> 00:43:57,593
‎คือพวกหน้าหมี

827
00:43:59,637 --> 00:44:02,097
‎คุณไม่มีเวลา คุณมีครอบครัวแล้ว

828
00:44:02,181 --> 00:44:04,892
‎ไม่ใช่เอาเวลาหกชั่วโมง
‎ไปเดินรอบสวนกับเพื่อนๆ

829
00:44:04,975 --> 00:44:07,478
‎ในขณะที่เมียคุณทำงานฟรีอยู่

830
00:44:08,062 --> 00:44:08,896
‎โตสักที

831
00:44:11,482 --> 00:44:13,734
‎ยังมีหลักฐานอีกว่าผู้ชายตั้งชื่อทุกอย่าง

832
00:44:13,817 --> 00:44:15,694
‎อะไรแย่ที่สุดที่คุณจะเรียกคนอื่นได้

833
00:44:16,236 --> 00:44:17,071
‎หน้าหมี

834
00:44:17,571 --> 00:44:20,157
‎มันอ้างถึงของลับของผู้หญิง และฉันจะไม่ทนนะ

835
00:44:20,240 --> 00:44:22,076
‎เวลาที่ฉันใช้คำนี้ ฉันพูดจริงๆ

836
00:44:22,951 --> 00:44:25,371
‎ฉันหมายถึงสิ่งที่แย่ที่สุดที่จะเรียกบางคนได้

837
00:44:25,454 --> 00:44:29,208
‎แต่ฉันไม่เชื่อมโยงมันกับ
‎ชีววิทยาของฉันหรือของใครทั้งนั้น

838
00:44:29,291 --> 00:44:32,127
‎คุณรู้ไหมว่าฉันคิดอะไรตอนที่พูดคำนั้น

839
00:44:32,544 --> 00:44:33,754
‎นักกอล์ฟจริงๆ

840
00:44:35,923 --> 00:44:39,176
‎ก็แค่พวกรวยตัวขาวใส่กางเกงชิโน
‎และถุงมือหนึ่งข้าง

841
00:44:39,385 --> 00:44:40,427
‎หน้าหมีจริงๆ

842
00:44:41,512 --> 00:44:45,432
‎จริงๆ นะ คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่
‎ที่พวกมันถูกเรียกว่า "คันทรีคลับ"

843
00:44:45,599 --> 00:44:46,433
‎ไม่เอาน่า

844
00:44:52,523 --> 00:44:56,735
‎จะบอกให้ รายการล่าสุดของฉัน "แนเนตต์"
‎มอบปลาปักเป้าให้คนเยอะเลย

845
00:44:56,819 --> 00:44:58,696
‎แบบว่า คุณรู้ว่าคุณทำ

846
00:44:58,779 --> 00:45:00,823
‎ฉันบอกว่าคนเยอะเลย ไม่ใช่แค่ผู้ชาย

847
00:45:03,409 --> 00:45:06,036
‎แฮชแท็ก "ไม่ใช่ผู้ชายทุกคน" โอเคนะ

848
00:45:06,120 --> 00:45:07,913
‎แหงล่ะ ไม่ใช่ผู้ชายทุกคน

849
00:45:07,996 --> 00:45:09,832
‎มันไม่เคยเป็นผู้ชายทุกคน

850
00:45:09,915 --> 00:45:12,960
‎พูดรวมๆ คือ มีแค่ผู้ชายที่ใช้แฮชแท็กนั้น

851
00:45:13,043 --> 00:45:14,336
‎กลุ่มเดียวเลย

852
00:45:14,545 --> 00:45:16,922
‎แบบว่า ผู้ชาย ออกเสียงว่า "ฉัน"

853
00:45:17,005 --> 00:45:19,216
‎พวกเขาเป็นกลุ่มที่ออกไป

854
00:45:19,299 --> 00:45:22,094
‎เพื่อให้ฉันรู้ว่า "แนเนตต์" น่ะไม่ตลก

855
00:45:23,220 --> 00:45:26,598
‎"เพราะว่ามันไม่ได้ทำให้ฉันขำตลอด"

856
00:45:27,099 --> 00:45:28,642
‎ข้อแรกเลย ดีแล้ว

857
00:45:28,767 --> 00:45:32,771
‎ถ้าการแสดงนั้นทำให้คุณขำตลอดเวลา
‎คุณเป็นบ้าอะไรเนี่ย

858
00:45:34,022 --> 00:45:36,859
‎ข้อสอง ใช่ ฉันปิดก๊อกหัวเราะนั่นเอง

859
00:45:36,942 --> 00:45:38,277
‎เป็นการตัดสินใจ ฉันยืนข้างมัน

860
00:45:38,360 --> 00:45:41,155
‎ไม่ใช่ว่าไปได้ครึ่งทางและคิดว่า
‎"ซวยแล้ว มุกตัน

861
00:45:41,238 --> 00:45:43,031
‎งั้นเล่าเรื่องเศร้าแล้วกัน"

862
00:45:44,241 --> 00:45:47,786
‎ฉันรู้ดีกว่าใครว่าสิ่งที่ฉันทำกับ "แนเนตต์"
‎โดยหลักการแล้วมันไม่ตลก

863
00:45:47,870 --> 00:45:49,329
‎แต่ฉันก็ไม่ได้โง่นะ

864
00:45:49,413 --> 00:45:52,166
‎ฉันอยากให้รายการนั้นมีคนดู และคนดูเยอะๆ

865
00:45:52,249 --> 00:45:54,042
‎และถ้ามันจะต้องหลอกล่อคน...

866
00:45:54,918 --> 00:45:56,462
‎ด้วยการเรียกมันว่าคอมเมดี้...

867
00:45:57,546 --> 00:45:58,964
‎โดยหลักการมันก็คือมุกนะ

868
00:46:04,636 --> 00:46:05,929
‎แต่ฉันต้องพูดว่า...

869
00:46:06,513 --> 00:46:10,684
‎ฉันต้องบอกว่า มุกที่ไม่ขำ
‎ทำให้ผู้ชายหลายคนเดือดข้างในมาก

870
00:46:10,768 --> 00:46:13,771
‎ฉันแปลกใจนะที่ไม่มีใครหาว่าฉันเขียนเรื่องกีฬา

871
00:46:15,689 --> 00:46:18,108
‎ฟังนะ ก่อนอื่นเลย มันไม่ได้กวนใจฉัน

872
00:46:18,275 --> 00:46:19,985
‎นี่ไม่ได้กวนใจฉัน ฟังนะๆ

873
00:46:20,319 --> 00:46:22,780
‎นี่เสียงดังนะ ฉันไม่ได้กลัวอะไร

874
00:46:22,863 --> 00:46:24,114
‎ที่จริงฉันชอบความเกลียด

875
00:46:24,198 --> 00:46:26,617
‎นอกจากคำขู่ฆ่า มันสนุกนะ ง่ำๆ

876
00:46:26,825 --> 00:46:29,578
‎ใช่ไหม แต่ที่จริงก็คือ ทุกครั้งเป็นปลาปักเป้า...

877
00:46:30,871 --> 00:46:33,415
‎ฉันมักจะทำงานภายใต้สมมติฐาน

878
00:46:33,499 --> 00:46:36,168
‎ว่าปัญหาส่วนใหญ่คือฉัน โอเคนะ

879
00:46:36,251 --> 00:46:39,838
‎ถ้าฉันแบบ มันดูไม่ใช่ที่ที่ดีในการเริ่มคุยนะ

880
00:46:39,922 --> 00:46:42,883
‎ฉันไม่เคยเขียนจดหมายหา
‎โดนาเทลโลหรือวอลโดเลย

881
00:46:43,425 --> 00:46:46,094
‎ไม่มีประโยชน์ คนหนึ่งตายแล้ว
‎อีกคนไม่เคยอยู่บ้าน

882
00:46:46,178 --> 00:46:47,513
‎แต่ว่าฉัน...

883
00:46:49,223 --> 00:46:50,307
‎ไม่เคยเกิดกับฉันนะ

884
00:46:50,390 --> 00:46:53,560
‎แต่ถึงวันนี้ ก็ยังมีพวกผู้ชายดีเอ็มมาหาฉัน

885
00:46:53,644 --> 00:46:57,773
‎เพื่อย้ำกับฉันว่าพวกเขาไม่เคยรู้จักฉัน

886
00:47:01,527 --> 00:47:02,402
‎เกมปริศนาน่ะ

887
00:47:03,445 --> 00:47:04,321
‎พวกเขารู้ได้ไง

888
00:47:04,738 --> 00:47:09,076
‎ฟังนะ ฉันไม่ได้รู้สึกขายหน้า
‎อย่างที่พวกเขาอยากให้ฉันรู้สึก

889
00:47:09,159 --> 00:47:11,495
‎เพราะว่าฉันทำได้แค่เป็นห่วงพวกเขา

890
00:47:12,037 --> 00:47:13,455
‎เพราะนั่นเป็นชีวิตที่โหดนะ

891
00:47:13,539 --> 00:47:15,165
‎ถ้าสิ่งใหม่ๆ มันเจ็บปวดนัก...

892
00:47:16,166 --> 00:47:17,626
‎นั่นเป็นความยากของการเรียนรู้

893
00:47:17,709 --> 00:47:19,628
‎ลองนึกภาพโรงเรียนสำหรับคนแบบนั้นสิ

894
00:47:20,629 --> 00:47:21,547
‎การหารยาว

895
00:47:21,630 --> 00:47:23,298
‎"แม่งไม่เห็นจะรู้จักเลย"

896
00:47:26,343 --> 00:47:30,722
‎ฉันถูกหาว่าทำเรื่องชั่วร้ายทุกอย่าง
‎แทนที่จะเล่นตลก

897
00:47:30,806 --> 00:47:32,975
‎จริงๆ นะ เหมือนบทพูดคนเดียว

898
00:47:33,851 --> 00:47:35,602
‎ชั่วร้ายมาก ถ้าจริงนะ

899
00:47:37,229 --> 00:47:38,814
‎เท็ดทอล์กที่น่ายกย่อง

900
00:47:42,150 --> 00:47:43,694
‎รายการโดยผู้หญิงคนเดียว

901
00:47:44,069 --> 00:47:45,821
‎การบรรยาย การบรรยายบ้าๆ

902
00:47:45,904 --> 00:47:48,031
‎คุณเชื่อไหมล่ะ หยาบคายจริงๆ การบรรยาย

903
00:47:48,115 --> 00:47:51,285
‎"แนเนตต์" ไม่ใช่การบรรยายนะ
‎ไม่ใช่บทพูดคนเดียวด้วย

904
00:47:51,368 --> 00:47:54,580
‎ไม่ใช่ว่าฉันนั่งบนเก้าอี้อยู่กลางแสงไฟนี่

905
00:47:54,663 --> 00:47:56,164
‎มันไม่ใช่บทพูดคนเดียวเลย

906
00:47:56,248 --> 00:47:59,793
‎และเท็ดทอล์กที่น่ายกย่องเหรอ
‎พวกเขาจะต้องการให้ยกย่องทำไม

907
00:47:59,877 --> 00:48:01,169
‎พวกเขาโอเคแล้ว

908
00:48:01,253 --> 00:48:03,672
‎และรายการโดยผู้หญิงคนเดียวล่ะ

909
00:48:03,755 --> 00:48:05,507
‎ไม่เอาน่า ให้ตายสิ

910
00:48:07,050 --> 00:48:09,136
‎และมันก็ไม่ใช่การบรรยายด้วย

911
00:48:09,219 --> 00:48:12,014
‎อยากให้บรรยายเหรอ เดี๋ยวฉันจัดให้เลย

912
00:48:12,097 --> 00:48:13,599
‎นี่แหละการบรรยาย

913
00:48:26,945 --> 00:48:28,655
‎ทีนี้มีการดีเบต...

914
00:48:31,116 --> 00:48:33,785
‎ว่ายุคทองของเรเนสซองส์เริ่มขึ้นเมื่อไหร่กันแน่

915
00:48:34,369 --> 00:48:36,663
‎บ้างก็บอกว่าปี 1490

916
00:48:36,747 --> 00:48:39,374
‎ในขณะที่คนอื่นก็แย้งว่าเริ่มปี 1500

917
00:48:39,458 --> 00:48:42,210
‎ไม่ว่าจะยังไง โดนาเทลโลก็ตายไปอยู่ดี

918
00:48:46,214 --> 00:48:50,719
‎ย้อนกับไปในศตวรรษที่ 16
‎คาเรนมีมือที่เย็นมากๆ

919
00:48:52,930 --> 00:48:54,681
‎ลูบๆ มันหน่อย คาเรน เถอะน่า

920
00:48:55,182 --> 00:48:57,976
‎และนี่คือภาพ "สำนักแห่งเอเธนส์"
‎ของราฟาเอล

921
00:48:58,060 --> 00:49:01,188
‎นี่คือที่ที่ราฟาเอลวาดรูปพวกผู้ชาย

922
00:49:01,271 --> 00:49:03,273
‎ที่ตั้งชื่อของทุกสิ่งอย่าง

923
00:49:03,607 --> 00:49:04,483
‎ทีนี้...

924
00:49:04,775 --> 00:49:07,486
‎พูดให้ชัด คนพวกนี้ไม่ได้อยู่ยุคเดียวกับราฟาเอล

925
00:49:07,569 --> 00:49:09,404
‎ถึงเขาจะใช้ภาพเหมือนของพวกเขา

926
00:49:09,488 --> 00:49:11,448
‎แต่ทั่วไปแล้ว คนพวกนี้คือคนกรีกโบราณ

927
00:49:11,531 --> 00:49:14,952
‎และช่วงเวลาที่ราฟาเอลวาดมัน
‎ชาวกรีกตายไปหมดแล้ว

928
00:49:15,035 --> 00:49:16,370
‎ไม่ใช่ชาวกรีกทุกคน ขอโทษที

929
00:49:16,453 --> 00:49:19,373
‎ยังมีชาวกรีกอีกเยอะเลยที่ยังอยู่
‎และรุ่งเรืองในโลกปัจจุบัน

930
00:49:19,748 --> 00:49:20,749
‎สวัสดีและยินดีต้อนรับ

931
00:49:20,832 --> 00:49:23,335
‎ไม่ แค่ชาวกรีกโบราณ พวกเขาตายไปหมดแล้ว

932
00:49:23,418 --> 00:49:26,588
‎พวกเขาอยู่บนถนนที่วุ่นวาย
‎ที่ถูกสร้างโดยชาวโรมันโบราณ

933
00:49:29,633 --> 00:49:31,843
‎และนี่เรามีใครกัน เรามีพีทาโกรัส

934
00:49:31,927 --> 00:49:33,971
‎เขามัวแต่ยุ่งอยู่กับการตั้งชื่อสามเหลี่ยม

935
00:49:36,139 --> 00:49:37,140
‎นั่นมุมแหลมนะ

936
00:49:41,144 --> 00:49:42,479
‎เรามีโสกราตีสตรงนี้

937
00:49:42,562 --> 00:49:44,648
‎เขาเกลือกกลิ้งอยู่ตรงนี้ โสกราตีสจริงๆ

938
00:49:44,731 --> 00:49:47,275
‎หัวดีแต่เดินไม่เป็น ลุกเถอะเพื่อน อะรูกูล่า

939
00:49:49,736 --> 00:49:50,821
‎แล้วพวกผู้หญิงทำอะไร

940
00:49:50,904 --> 00:49:53,782
‎ในขณะที่พวกผู้ชายกำลัง
‎ทำการตั้งชื่อแสนสำคัญกันอยู่

941
00:49:53,865 --> 00:49:55,200
‎จากการค้นคว้าของฉัน

942
00:49:55,283 --> 00:49:59,079
‎ส่วนใหญ่แล้วพวกผู้หญิงจะ
‎อยู่กันเป็นกลุ่มสามคน แก้ผ้า

943
00:49:59,162 --> 00:50:03,000
‎แค่รอให้ผู้ชายตั้งชื่อสิ่งต่างๆ

944
00:50:04,126 --> 00:50:06,044
‎คุณจะเห็นมันเกิดขึ้นกับหุ่นตรงกลางนี้

945
00:50:06,128 --> 00:50:08,547
‎เธอพูดว่า "อะไรอยู่ในมือน่ะ คาเรน"

946
00:50:15,846 --> 00:50:17,472
‎"แค่อะไรไม่รู้สองสามชิ้นน่ะ"

947
00:50:20,308 --> 00:50:23,895
‎ผู้หญิงแค่ถือของเฉยๆ
‎ยืนรอ หวังว่ามันจะไม่เป็นพิษ

948
00:50:23,979 --> 00:50:26,440
‎รอให้พวกผู้ชายตั้งชื่อสิ่งต่างๆ

949
00:50:26,648 --> 00:50:28,775
‎ภาพนี้ถูกวาดขึ้นก่อนที่เตียงจะมีชื่อ

950
00:50:28,859 --> 00:50:31,069
‎คุณจะเห็นผู้หญิงพยายามจะจัดที่นอน

951
00:50:31,153 --> 00:50:33,947
‎ด้วยการเหวี่ยงผ้าลินินไปที่ต้นไม้อย่างมั่วๆ

952
00:50:34,031 --> 00:50:37,451
‎พูดว่า "ไม่รู้สิ มาสร้างป้อมปราการกัน

953
00:50:39,119 --> 00:50:40,787
‎เราจะสร้างป้อมปราการสวยๆ

954
00:50:42,539 --> 00:50:45,208
‎เย่ ป้อมปราการของเราเสร็จแล้ว"

955
00:50:46,793 --> 00:50:49,212
‎จับกลุ่มสามสาวเต้นแก้ผ้าในป่า

956
00:50:49,296 --> 00:50:52,174
‎เป็นงานอดิเรกยอดนิยมของสาวๆ ตลอดกาล

957
00:50:53,341 --> 00:50:54,676
‎และเราไม่ได้แค่รักมัน

958
00:50:54,760 --> 00:50:57,262
‎นั่นไม่ใช่สิ่งที่ปลอดภัยที่สุด
‎ที่คุณเคยได้ยินเหรอ รักเลย

959
00:50:57,345 --> 00:51:00,682
‎นี่อาจดูเหมือนการปราศจากข้อผูกมัดในป่า

960
00:51:00,766 --> 00:51:02,267
‎ในวันหยุด ไม่มีดราม่า

961
00:51:03,727 --> 00:51:06,271
‎แต่ฉันขอดึงความสนใจมาที่กลุ่มนี้หน่อย

962
00:51:07,314 --> 00:51:10,192
‎มันแคบเกินกว่าจะสนุกคนเดียว

963
00:51:11,151 --> 00:51:13,153
‎มันสร้างความเครียด

964
00:51:14,071 --> 00:51:16,573
‎เกิดอะไรขึ้นล่ะ มีใครพูดถึงยุคหินหรือเปล่า

965
00:51:16,656 --> 00:51:17,491
‎ไม่นะ

966
00:51:18,325 --> 00:51:20,660
‎สิ่งที่เกิดขึ้นคือหุ่นตัวกลางได้รู้

967
00:51:20,744 --> 00:51:22,370
‎ว่าเศษผ้าก๊อซชิ้นน้อยนี้

968
00:51:22,454 --> 00:51:24,289
‎ที่อาจเป็นป้อมปราการนี้ ถ้าคุณ...

969
00:51:25,332 --> 00:51:28,043
‎ได้เข้าไปในก้นเธอแล้ว

970
00:51:29,711 --> 00:51:34,216
‎เข้าไปในก้นเธอแล้ว มันมีแก้มก้นปิดไว้อยู่

971
00:51:35,509 --> 00:51:37,427
‎และเธอหงุดหงิด

972
00:51:39,805 --> 00:51:43,433
‎มันคุ้มที่จะเจาะลงไป นี่ไม่ใช่ภาพถ่าย

973
00:51:43,517 --> 00:51:45,894
‎นี่ไม่ใช่ภาพถ่ายโดยบังเอิญ...

974
00:51:46,645 --> 00:51:49,940
‎ที่ถ่ายในโมเมนต์โชคร้าย อึดอัดเลย

975
00:51:51,149 --> 00:51:53,693
‎ไม่ สิ่งนี้คือภาพวาด

976
00:51:55,320 --> 00:51:56,571
‎ซึ่งทำให้สิ่งนี้เป็น...

977
00:52:00,659 --> 00:52:01,910
‎การตัดสินใจ

978
00:52:04,121 --> 00:52:07,833
‎เป็นการตัดสินใจที่ผู้ชายเลือกและใช้เวลากับมัน

979
00:52:40,615 --> 00:52:41,783
‎ฉันเป็นออทิสติก

980
00:52:44,452 --> 00:52:45,829
‎เป็นบทพูดคนเดียวสั้นๆ

981
00:52:49,082 --> 00:52:51,835
‎ฉันได้รับการวินิจฉัยช้ามาก เมื่อสี่ปีก่อนเอง

982
00:52:52,335 --> 00:52:53,628
‎วินิจฉัยเมื่อสี่ปีก่อนเอง

983
00:52:53,712 --> 00:52:56,798
‎แต่ฉันวินิจฉัยตัวเองก่อนนะ

984
00:52:56,882 --> 00:52:59,467
‎ซึ่งเป็นวิธีที่ดีมากเพื่อเข้าหาหมอของฉัน

985
00:52:59,551 --> 00:53:00,427
‎พวกเขาชอบมาก

986
00:53:01,052 --> 00:53:03,430
‎พวกเขาพูดว่า "บอกสิ่งที่คุณคิดอีกสิ"

987
00:53:05,223 --> 00:53:08,560
‎เหตุผลเดียวที่ฉันคิดวินิจฉัยตัวเอง

988
00:53:08,643 --> 00:53:10,979
‎ก็เพราะหลายคนเอาแต่บอกฉัน

989
00:53:12,022 --> 00:53:13,273
‎ส่วนใหญ่จะหลังแสดงจบ

990
00:53:13,356 --> 00:53:15,901
‎หลายคนจะมาบอกฉันว่า
‎"ฉันว่าคุณเป็นออทิสติกนะ"

991
00:53:17,360 --> 00:53:20,238
‎เพื่อให้เป็นธรรมกับทุกคน
‎ที่เคยพูดแบบนั้นกับฉัน

992
00:53:20,322 --> 00:53:22,616
‎ฉันก็คิดว่าพวกเขาเป็นออทิสติกนะ

993
00:53:23,116 --> 00:53:24,951
‎เพราะนั่นเป็นสิ่งที่เราทำ

994
00:53:25,035 --> 00:53:28,496
‎ประมาณว่า "ฉันมีข้อมูล
‎ที่เหมือนคุณจะพลาดไปนะ

995
00:53:30,040 --> 00:53:33,043
‎ไม่รู้ว่าคุณพร้อมฟังข้อมูลนี้ไหม
‎แต่ฉันก็จะบอกอยู่ดี

996
00:53:33,126 --> 00:53:36,796
‎เพราะความรู้คือพลัง ความโง่คือกรง
‎และความรู้สึกจัดการได้

997
00:53:36,880 --> 00:53:37,756
‎โชคดีนะ"

998
00:53:40,342 --> 00:53:42,802
‎ปัญหาของฉันก็คือฉันไม่เข้าใจออทิสติกดีพอ

999
00:53:42,886 --> 00:53:44,804
‎ที่จะเข้าใจว่าฉันอาจเป็นออทิสติก

1000
00:53:44,888 --> 00:53:47,057
‎เพราะสิ่งที่เราเข้าใจออทิสติกก็คือ

1001
00:53:47,140 --> 00:53:50,060
‎มันเป็นสิ่งที่มีผลกับเด็กผู้ชาย
‎ที่ชอบวิชาเลขมากๆ เท่านั้น

1002
00:53:50,936 --> 00:53:53,647
‎และจนถึงวันนี้ ไม่มีอะไรที่ใช้กับฉันได้เลย

1003
00:53:53,730 --> 00:53:55,565
‎หลายคนบอกฉันว่า
‎"ฉันว่าคุณเป็นออทิสติก"

1004
00:53:55,649 --> 00:53:57,484
‎ฉันก็แบบ "ทำไมคุณคิดแบบนั้นล่ะ"

1005
00:53:57,567 --> 00:54:00,237
‎แน่นอนว่าตอนเด็กฉันฉีดวัคซีน แต่นอกจากนั้น...

1006
00:54:02,322 --> 00:54:03,448
‎มาแล้วไง

1007
00:54:04,908 --> 00:54:06,409
‎รัดเข็มขัดให้พร้อม

1008
00:54:07,619 --> 00:54:11,998
‎จากความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับออทิสติกทั้งหมด
‎เรื่องนั้นต้องเป็นที่สุดเลย

1009
00:54:12,123 --> 00:54:13,667
‎ไม่ใช่แค่เพราะเรารู้...

1010
00:54:14,501 --> 00:54:17,879
‎ว่าการฉีดวัคซีนไม่ได้ทำให้เป็นออทิสติก

1011
00:54:17,963 --> 00:54:19,464
‎รู้ไหมว่าอะไรทำให้เป็นออทิสติก

1012
00:54:19,673 --> 00:54:22,175
‎ไม่ คุณแม่งไม่รู้เลย

1013
00:54:24,636 --> 00:54:25,470
‎แล้วถ้า...

1014
00:54:26,680 --> 00:54:28,974
‎ถ้าคุณคิดจริงๆ ว่ารู้

1015
00:54:29,057 --> 00:54:32,102
‎ความมั่นใจของคุณก็ทำให้คุณโง่แล้ว

1016
00:54:33,270 --> 00:54:35,438
‎ฉันยังรู้ด้วยว่าไม่มีอะไรที่ฉันพูดได้

1017
00:54:35,522 --> 00:54:37,732
‎ที่จะเปลี่ยนความคิดกลุ่มต่อต้านวัคซีนได้

1018
00:54:37,816 --> 00:54:40,610
‎ฉันรู้ดี เพราะความคิดที่ปิดทำงานแบบนั้น

1019
00:54:40,694 --> 00:54:41,653
‎พวกมันไม่ทำงาน

1020
00:54:42,946 --> 00:54:45,073
‎พวกมันปิดทำการใช่ไหม

1021
00:54:45,156 --> 00:54:48,159
‎เพราะงั้นเพื่อเปิดความคิดที่ปิดอยู่นั้น
‎มันต้องเป็นงานภายใน

1022
00:54:48,243 --> 00:54:50,787
‎ฉันรู้ว่าฉันทำอะไรไม่ได้
‎เพื่อเปลี่ยนความคิดพวกเขา

1023
00:54:50,870 --> 00:54:52,664
‎แต่ฉันจะลองทำอยู่ดี

1024
00:54:52,747 --> 00:54:56,042
‎เพราะทฤษฎีของฉันคือ
‎ด้วยการหาว่าพวกเขาไม่เปิดใจ

1025
00:54:56,126 --> 00:54:59,045
‎พวกเขาจะตอบกลับมาว่า "ไม่ เปล่านะ"
‎และฉันก็จะเข้าไป

1026
00:55:01,423 --> 00:55:04,009
‎และในห้องนี้คงจะมีคนที่ต่อต้านวัคซีนแน่

1027
00:55:04,092 --> 00:55:07,554
‎ไม่ต้องเผยตัวนะ อย่า
‎มันจะไม่เกิดขึ้นที่นี่

1028
00:55:09,014 --> 00:55:10,181
‎พวกคุณมีจำนวนมากกว่า

1029
00:55:10,265 --> 00:55:12,767
‎และฉันรู้ว่าพวกคุณชอบจงใจจัดการตัวเลข

1030
00:55:12,851 --> 00:55:14,311
‎แต่นี่มันมากกว่านั้น

1031
00:55:16,896 --> 00:55:17,731
‎และ...

1032
00:55:18,523 --> 00:55:22,027
‎จะมีคนที่ต่อต้านวัคซีนในห้องนี้ มั่นใจได้เลย

1033
00:55:22,110 --> 00:55:25,030
‎เพราะกลุ่มเป้าหมายของฉัน
‎เป็นผู้หญิงขาวที่รวยและมีสิทธิ

1034
00:55:25,113 --> 00:55:28,616
‎และนั่นคือแผนภาพของเวนน์ที่ซ้อนกันไปมา

1035
00:55:33,121 --> 00:55:34,789
‎แต่ถ้าคุณต่อต้านวัคซีน

1036
00:55:34,873 --> 00:55:37,500
‎ฉันการันตีได้เลย คุณจะไม่ชอบช่วงต่อไปแน่

1037
00:55:39,002 --> 00:55:41,713
‎แต่ถ้าคุณหัวเราะท้องแข็งมาตลอด

1038
00:55:41,796 --> 00:55:43,173
‎และจู่ๆ ก็มาหยุดเอาตอนนี้

1039
00:55:43,256 --> 00:55:44,632
‎ทุกคนก็จะรู้

1040
00:55:47,677 --> 00:55:49,846
‎ถ้าคุณไม่อยากให้เป็นแบบนั้น...

1041
00:55:50,347 --> 00:55:51,514
‎ก็ให้ทำแบบนี้นะ

1042
00:55:52,807 --> 00:55:54,851
‎คุณจะไม่ชอบหรอก แค่ทำไปก็พอ

1043
00:55:59,022 --> 00:56:02,442
‎เอาล่ะ ชาวต่อต้านวัคซีน
‎สมมติว่าพวกคุณคิดถูกนะ

1044
00:56:02,525 --> 00:56:03,360
‎แต่ไม่หรอก

1045
00:56:05,570 --> 00:56:07,530
‎การสมมติไม่เป็นวิทยาศาสตร์ แต่มา...

1046
00:56:11,368 --> 00:56:15,163
‎สมมติว่าพวกคุณคิดถูก
‎การฉีดวัคซีนทำให้เป็นออทิสติก

1047
00:56:15,246 --> 00:56:16,081
‎เปล่าเลย

1048
00:56:18,833 --> 00:56:20,001
‎แล้วยังไงล่ะ

1049
00:56:21,961 --> 00:56:24,464
‎เพราะในขณะที่บางคนเป็นออทิสติก

1050
00:56:24,547 --> 00:56:25,715
‎ฉันขอบอกแบบนี้นะ

1051
00:56:25,799 --> 00:56:28,176
‎ฉันขอยอมรับความลำบากไว้คนเดียว

1052
00:56:28,676 --> 00:56:31,137
‎และฉันไม่ได้บอกว่าออทิสติกเป็นเรื่องง่ายนะ

1053
00:56:31,221 --> 00:56:32,847
‎ไม่เลย มันยาก

1054
00:56:33,348 --> 00:56:35,266
‎ฉันจะไม่ปฏิเสธและปฏิเสธไม่ได้ด้วย

1055
00:56:35,350 --> 00:56:37,769
‎แต่ก็เหมือนที่ชีวิตยากนั่นแหละ
‎มันดีที่ได้มีชีวิต

1056
00:56:37,852 --> 00:56:43,108
‎และมันยิ่งดีไปใหญ่ที่มีชีวิตนั้น
‎ในโลกที่ไม่มีโรคโปลิโอ

1057
00:56:46,653 --> 00:56:50,031
‎โปลิโอน่ะแย่

1058
00:56:51,074 --> 00:56:54,786
‎และนั่นคือความจริง ไม่ใช่ความรู้สึก

1059
00:56:56,121 --> 00:57:00,750
‎และฉันขอเป็นออทิสติกดีกว่า
‎ที่จะเป็นพวกต่อต้านสังคมแบบคุณ

1060
00:57:00,834 --> 00:57:02,043
‎ขออธิบายนะ

1061
00:57:04,337 --> 00:57:07,715
‎ถ้าคุณคิดจริงๆ ว่าลูกของคุณ
‎ลูกน้อยคนเดียวของคุณ

1062
00:57:07,799 --> 00:57:10,802
‎สำคัญกว่าลูกของคนอื่นๆ รวมกัน

1063
00:57:11,428 --> 00:57:13,054
‎คุณไม่ได้ทำเพื่อทีม

1064
00:57:13,138 --> 00:57:17,684
‎ถ้าคุณไม่อยากทำเพื่อทีม
‎จะมีลูกหลายคนหาพระแสงอะไร

1065
00:57:17,767 --> 00:57:22,272
‎ไปหาหินมาเลี้ยงไป และลบบล็อกของคุณด้วย

1066
00:57:31,531 --> 00:57:32,615
‎ค่อยสบายใจขึ้นหน่อย

1067
00:57:32,699 --> 00:57:35,702
‎ฉันรู้เรื่องนั้น เมื่อนี่ฉายออกไป

1068
00:57:36,453 --> 00:57:39,622
‎มันจะเปิดตัวฉันไปยัง
‎โลกแห่งการรณรงค์ความเกลียด

1069
00:57:39,706 --> 00:57:40,748
‎จากกลุ่มต่อต้านวัคซีน

1070
00:57:40,832 --> 00:57:43,835
‎เพราะว่า มั่นใจได้เลย พวกเขาทำงานร่วมกัน

1071
00:57:43,918 --> 00:57:46,045
‎พวกเขาไม่ได้มั่ว พวกเขาเป็นลัทธิ

1072
00:57:46,129 --> 00:57:47,547
‎และฉันก็แค่...

1073
00:57:48,548 --> 00:57:51,968
‎ฉันบอกเรื่องนี้ทีละห้องเท่านั้น

1074
00:57:52,051 --> 00:57:54,012
‎และความเกลียดก็ค่อยๆ หลั่งไหลเข้ามา

1075
00:57:54,095 --> 00:57:56,681
‎มันถูกเพ่งเล็งและเต็มไปด้วยความเกลียด

1076
00:57:57,265 --> 00:57:59,934
‎แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจ ไม่ต้องห่วง ฉันกินมันเลย

1077
00:58:00,768 --> 00:58:02,103
‎มันไม่เป็นไรจริงๆ

1078
00:58:02,937 --> 00:58:06,191
‎รู้แล้วใช่ไหมว่าทำไมฉันทำแบบนั้น
‎ทำไมฉันถึงกินความเกลียด รู้แล้วใช่ไหม

1079
00:58:07,025 --> 00:58:09,777
‎นั่นแหละวิธีสร้างภูมิคุ้มกัน
‎เรียกว่าใช้ยาปริมาณน้อย

1080
00:58:12,447 --> 00:58:15,241
‎ใช่ ความเกลียดของคุณคือวัคซีนของฉัน

1081
00:58:18,953 --> 00:58:21,289
‎คุณจะทำยังไงล่ะ ฉันเป็นออทิสติกไปแล้ว

1082
00:58:29,255 --> 00:58:32,383
‎ฉันเป็นแบบที่เรียกว่า
‎กลุ่มออทิสติกที่มีศักยภาพสูง

1083
00:58:32,467 --> 00:58:34,719
‎ซึ่งเป็นชื่อที่แย่สำหรับสิ่งที่ฉันเป็น

1084
00:58:34,802 --> 00:58:37,931
‎เพราะมันให้ภาพว่าฉันมีศักยภาพสูง

1085
00:58:38,723 --> 00:58:39,933
‎ฉันเปล่าเลย

1086
00:58:40,558 --> 00:58:42,769
‎เพื่อให้คุณนึกภาพออกว่า
‎การเป็นออทิสติกเป็นยังไง

1087
00:58:42,852 --> 00:58:46,773
‎ทั่วไปแล้วมันจะรู้สึกเหมือนคนที่มีสติคนเดียว
‎ในห้องที่มีแต่คนเมา

1088
00:58:46,856 --> 00:58:47,815
‎หรือไม่ก็กลับกัน

1089
00:58:47,899 --> 00:58:51,694
‎ทั่วไปแล้วทุกคนจะปฏิบัติการ
‎ในความยาวคลื่นเดียวกันที่คุณเข้าไม่ได้

1090
00:58:51,778 --> 00:58:52,946
‎เพื่อให้คุณเห็นภาพ

1091
00:58:53,947 --> 00:58:54,781
‎ผู้หญิงคนนี้...

1092
00:58:58,701 --> 00:59:00,411
‎เป็นออทิสติก ซึ่งก็คือ...

1093
00:59:01,037 --> 00:59:03,414
‎เรื่องราวชีวิตของฉันเอง

1094
00:59:04,374 --> 00:59:08,545
‎จริงๆ นะ "มันเป็นงานศพ
‎ที่เดิม เวลาเดิม เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

1095
00:59:09,629 --> 00:59:11,256
‎ทำไมฉันถึงไม่ได้ข้อความเตือนล่ะ

1096
00:59:12,340 --> 00:59:14,592
‎พวกเขาจูบกันทำไม ฉันไม่ชอบเสียงเลย"

1097
00:59:19,597 --> 00:59:23,226
‎ไม่เคยมีใครบอกฉันเลย ไม่เคยเลย
‎ฉันพลาดทุกครั้ง

1098
00:59:23,309 --> 00:59:26,229
‎ฉันจำได้ว่าฉันเปลี่ยนจากคนโปรดของครู

1099
00:59:26,312 --> 00:59:29,315
‎ไปเป็นศัตรูของครูในคาบเรียนเดียว

1100
00:59:29,566 --> 00:59:33,570
‎และจนถึงวันที่ฉันได้รับการวินิจฉัย
‎ฉันไม่เคยเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเลย

1101
00:59:33,653 --> 00:59:38,408
‎คาบเรียนนั้นเป็นเรื่องบุพบท
‎รัดเข็มขัดให้พร้อมสำหรับเรื่องนี้นะ

1102
00:59:38,491 --> 00:59:40,952
‎คือ ฉันชอบครูของฉันนะ เธอเป็นครูที่ดี

1103
00:59:41,035 --> 00:59:44,163
‎ฉันชอบวิธีที่เธออธิบายสิ่งต่างๆ
‎แต่เราแตกหักกันแบบนี้

1104
00:59:44,247 --> 00:59:47,041
‎เธอเริ่มคาบเรียนแบบนี้
‎"ลองนึกภาพกล่องใบหนึ่งนะ"

1105
00:59:47,125 --> 00:59:49,085
‎และฉันทำได้ เรื่องนั้นฉันเก่งมาก

1106
00:59:49,168 --> 00:59:50,670
‎คนช่างนึกภาพ กล่องสวยเชียว

1107
00:59:50,753 --> 00:59:53,047
‎สามมิติ ไม่หรูหรา แต่อยู่ตรงนั้น

1108
00:59:54,132 --> 00:59:56,134
‎แล้วเธอก็พูดว่า "คำบุพบท

1109
00:59:56,217 --> 01:00:00,346
‎เป็นคำที่อธิบายความสัมพันธ์ของเธอกับกล่อง"

1110
01:00:00,847 --> 01:00:03,433
‎และนั่นเป็นตอนที่ความคิดฉันพังทลาย

1111
01:00:03,516 --> 01:00:06,728
‎เพราะฉันคิดว่า "ฉันเป็นญาติกับกล่องเหรอ"

1112
01:00:08,646 --> 01:00:11,357
‎แล้วเธอก็พูดว่า "ทีนี้ เธออยู่หลังกล่องได้

1113
01:00:11,441 --> 01:00:13,860
‎มีใครรู้ไหมว่ามีคำบุพบทอะไรอยู่"

1114
01:00:13,943 --> 01:00:16,112
‎ไม่ พวกเขาไม่รู้ แต่ฉันมีคำถาม

1115
01:00:17,155 --> 01:00:20,033
‎ฉันถาม "หนูทำมาจากกล่องเหรอคะ"

1116
01:00:22,452 --> 01:00:24,120
‎ฉันขอพูดให้คุณตามทันนะ

1117
01:00:24,203 --> 01:00:26,831
‎ฉันคิด ถ้าฉันเป็นญาติกับกล่อง
‎เราก็ต้องมีดีเอ็นเอร่วมกัน

1118
01:00:26,914 --> 01:00:28,625
‎และมันเข้าท่ากว่าในหัวฉัน

1119
01:00:28,708 --> 01:00:31,502
‎ว่าตัวฉันทำจากกล่อง
‎มากกว่าที่กล่องจะทำจากฉัน

1120
01:00:32,045 --> 01:00:33,630
‎แต่ครูของฉันไม่เคยรู้ถึง

1121
01:00:33,713 --> 01:00:36,174
‎ความคิดระดับพรสวรรค์ที่อยู่ในหัวฉัน

1122
01:00:36,799 --> 01:00:40,178
‎เธอเลยตกใจนิดหน่อยและพูดว่า
‎"ไม่ แฮนนาห์ เธอไม่ได้ทำจากกล่อง

1123
01:00:41,054 --> 01:00:43,181
‎ครูแปลกใจนะที่เธอต้องถามแบบนั้น

1124
01:00:47,185 --> 01:00:50,104
‎โอเค งั้นเธออยู่ข้างหน้ากล่องได้"

1125
01:00:50,355 --> 01:00:52,440
‎มีใครรู้ไหมว่ามีคำบุพบทอะไรอยู่

1126
01:00:52,523 --> 01:00:54,901
‎ไม่ พวกเขาไม่รู้ แต่ฉันมีอีกคำถาม

1127
01:00:55,693 --> 01:00:58,363
‎ฉันตอบ "กล่องมีชื่อไหมคะ"

1128
01:00:59,322 --> 01:01:03,368
‎ฉันคิด ถ้ามันมีชื่อ
‎ฉันก็คงรู้ได้ว่าเราเกี่ยวข้องกันยังไง

1129
01:01:03,451 --> 01:01:04,952
‎เราอาจจะเป็นญาติกันก็ได้

1130
01:01:05,745 --> 01:01:07,997
‎และเธอตอบ "ไม่จ้ะ มันเป็นกล่อง

1131
01:01:08,623 --> 01:01:10,375
‎กล่องไม่มีชื่อ แฮนนาห์

1132
01:01:10,917 --> 01:01:13,461
‎เธอรู้จักกล่องที่มีชื่อเหรอ"

1133
01:01:13,544 --> 01:01:16,005
‎แล้วฉันก็เริ่มร่ายชื่อกล่องซีเรียล

1134
01:01:20,259 --> 01:01:21,594
‎เธอก็ตอบ "เอาล่ะ โอเค

1135
01:01:23,054 --> 01:01:26,474
‎เธออยู่ข้างกล่องได้
‎มีใครรู้ไหมว่ามีคำบุพบทอะไรอยู่"

1136
01:01:26,557 --> 01:01:28,768
‎ไม่ พวกเขาไม่รู้ แต่ฉันมีอีกคำถาม

1137
01:01:29,394 --> 01:01:31,354
‎ฉันจำไม่ได้ว่าคิดอะไรอยู่
‎ตอนที่ถามคำถามนี้

1138
01:01:31,437 --> 01:01:34,482
‎แต่ฉันจำได้ว่าถามเพราะว่า
‎ตอนที่ฉันถาม ทุกคนขำกัน

1139
01:01:34,565 --> 01:01:36,651
‎และฉันไม่รู้เหตุผลเลย

1140
01:01:36,734 --> 01:01:39,278
‎แต่ฉันจำได้ว่าชอบอารมณ์นั้นมาก

1141
01:01:42,782 --> 01:01:43,783
‎ฉันถามคำถามนี้

1142
01:01:43,866 --> 01:01:46,452
‎ฉันถามว่า "หนูกินกล่องได้ไหมคะ"

1143
01:01:49,789 --> 01:01:53,209
‎ใช่ แหงล่ะ ทุกคนขำกัน ยกเว้นฉันกับครู

1144
01:01:53,292 --> 01:01:55,586
‎มองย้อนไป ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอไม่ขำ

1145
01:01:56,421 --> 01:01:58,548
‎เมื่อมุกเล่นไป คลาสสิกเลย

1146
01:01:59,090 --> 01:02:02,343
‎เลสเบี้ยนเด็กเพิ่งถามว่าเธอกินจิ๊มิได้ไหม

1147
01:02:04,303 --> 01:02:07,056
‎เธอไม่ได้คิดว่ามันตลก
‎เธอแค่พูดว่า "เอาล่ะ โอเค

1148
01:02:09,100 --> 01:02:11,728
‎ใจเย็นก่อน โอเค เราอาจจะมาผิดทางกัน

1149
01:02:11,811 --> 01:02:15,440
‎เรามานึกภาพอย่างอื่นที่เกี่ยวข้องกับกล่องดีไหม

1150
01:02:15,940 --> 01:02:17,608
‎โอเคนะ งั้นเพนกวินเป็นไง

1151
01:02:19,527 --> 01:02:22,447
‎ตอนนี้เพนกวินอยู่ในกล่องได้

1152
01:02:22,530 --> 01:02:24,699
‎มีใครรู้ไหมว่ามีคำบุพบทอะไรอยู่"

1153
01:02:24,782 --> 01:02:27,994
‎ไม่ พวกเขาไม่รู้ แต่ฉันแม่งก็มีคำถาม
‎เกี่ยวกับเพนกวินอีก

1154
01:02:29,036 --> 01:02:31,664
‎ฉันถาม "เพนกวินทำจากอะไรคะ"

1155
01:02:33,416 --> 01:02:36,043
‎และคำถามนั้นทำให้ครูฉันเหลืออด

1156
01:02:36,127 --> 01:02:38,254
‎คุณรู้ว่าคุณทำครูเหลืออด

1157
01:02:38,337 --> 01:02:41,174
‎เมื่อครูที่ไม่เคยสบถสบถหยาบเลย

1158
01:02:42,258 --> 01:02:44,427
‎ฉันเลยถามไป "เพนกวินทำจากอะไรคะ"

1159
01:02:44,510 --> 01:02:46,429
‎เธอก็ตอบ "เพนกวินเหรอ ครู...

1160
01:02:47,638 --> 01:02:49,640
‎แม่งก็ทำจากเพนกวินไงล่ะ"

1161
01:02:51,517 --> 01:02:53,436
‎และเมื่อคำตอบออกมา มันก็...

1162
01:02:54,854 --> 01:02:57,190
‎แบบว่า ปิดสนิทเลย

1163
01:02:57,273 --> 01:02:58,649
‎เป็นคำตอบที่น่าทึ่งมาก

1164
01:02:58,733 --> 01:03:01,819
‎คุณใช้เหตุผลกับคำตอบนั้นไม่ได้เลย
‎มันเป็นคำตอบที่ดี

1165
01:03:03,529 --> 01:03:05,615
‎ตอนนั้นฉันก็คิดว่า "ฉันอาจจะมาผิดทาง"

1166
01:03:05,698 --> 01:03:07,408
‎ฉันมีอีกคำถามเก็บไว้

1167
01:03:07,492 --> 01:03:10,161
‎แต่ก็คิดว่า "ตอนนี้คงไม่ใช่เวลา
‎เธอดูโกรธมาก"

1168
01:03:11,621 --> 01:03:13,790
‎ที่ฉันคิดก็คือ "ฉันคงเก็บคำถามไว้ก่อนได้"

1169
01:03:13,873 --> 01:03:15,625
‎ฉันคิดแบบนั้น และฉันคิดผิด

1170
01:03:15,708 --> 01:03:18,461
‎ฉันน่าจะถามคำถามนั้นไปตอนนั้นเลย...

1171
01:03:19,587 --> 01:03:20,421
‎ไม่ก็ไม่ถามเลย

1172
01:03:20,922 --> 01:03:22,965
‎เพราะฉันได้ทำสิ่งที่เลวร้ายที่สุดไป

1173
01:03:23,049 --> 01:03:25,384
‎ฉันรอจนกระทั่งเธอรู้สึกปลอดภัย

1174
01:03:27,470 --> 01:03:28,930
‎แล้วฉันก็ถามออกไป

1175
01:03:29,013 --> 01:03:31,349
‎แต่ฉันรออยู่นานจนไม่ได้อยู่ในคาบเดิมแล้ว

1176
01:03:31,432 --> 01:03:34,143
‎ถัดออกไปนานเลย ระหว่างอ่านหนังสือเงียบๆ

1177
01:03:36,020 --> 01:03:38,731
‎ฉันรอมานานจนมันไม่ใช่คำถามอีกต่อไป

1178
01:03:38,815 --> 01:03:40,983
‎มันเป็นเหมือนทฤษฎีมากกว่า
‎และนั่นยิ่งแย่ไปใหญ่

1179
01:03:42,693 --> 01:03:44,779
‎ฉันถามว่า "ถ้า...

1180
01:03:46,322 --> 01:03:48,366
‎เพนกวินกินกล่องล่ะคะ

1181
01:03:50,159 --> 01:03:53,871
‎งั้นจะบอกว่าเพนกวินทำจากกล่องไม่ได้เหรอคะ"

1182
01:03:55,498 --> 01:03:56,499
‎เธอพูด "ออกไปเลย"

1183
01:03:56,582 --> 01:03:59,752
‎และนั้นเป็นครั้งแรก
‎แต่ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ฉันถูกไล่

1184
01:03:59,836 --> 01:04:02,171
‎ด้วยเหตุผลที่ฉันไม่เข้าใจเลย

1185
01:04:03,256 --> 01:04:07,760
‎เรื่องของเรื่องคือ
‎ฉันชอบคาบเรียนนั้นจริงๆ นะ

1186
01:04:08,135 --> 01:04:11,264
‎ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าคำบุพบทคืออะไร

1187
01:04:11,347 --> 01:04:13,140
‎ฉันไม่ได้พูดว่า"คำบุพบทเหรอ

1188
01:04:13,224 --> 01:04:14,934
‎แม่งไม่เห็นจะรู้จักเลย"

1189
01:04:17,228 --> 01:04:18,688
‎แต่เมื่อครูอธิบายหลังจากนั้น

1190
01:04:18,771 --> 01:04:21,148
‎เธอบอกว่า "เธอนี่จงใจหัวป้านจริงๆ"

1191
01:04:21,649 --> 01:04:23,401
‎"แต่หนูไม่ใช่สามเหลี่ยมนะ"

1192
01:04:26,737 --> 01:04:29,532
‎วันนั้นฉันเลยไม่ได้รู้ว่าคำบุพบทคืออะไร

1193
01:04:29,615 --> 01:04:31,534
‎ตอนนี้ฉันรู้แล้วล่ะ ฉันผ่านมาแล้ว

1194
01:04:31,617 --> 01:04:34,036
‎และฉันก็เข้าใจด้วยว่า ถ้าเพนกวินกินกล่อง...

1195
01:04:34,620 --> 01:04:37,915
‎เพนกวินก็จะอยู่รอบกล่อง

1196
01:04:42,461 --> 01:04:47,550
‎จริงๆ นะ วันที่ฉันได้รับการวินิจฉัย
‎ว่าเป็นออทิสติกถือเป็นวันที่ดีเลย

1197
01:04:48,050 --> 01:04:52,430
‎เพราะมันรู้สึกเหมือนว่า
‎ฉันได้ถือกุญแจประตูเมืองของตัวฉันเลย

1198
01:04:53,097 --> 01:04:54,849
‎เพราะว่าฉันสามารถหาเหตุผล

1199
01:04:54,932 --> 01:04:58,185
‎ของหลายๆ เรื่องที่ฉันเคยสับสนมาก่อนได้

1200
01:04:58,269 --> 01:05:01,647
‎อย่างเช่น ทำไมฉันที่ฉลาดขนาดนี้
‎แต่กลับทิ้งหลักฐานได้ยากนัก

1201
01:05:04,817 --> 01:05:07,403
‎ทำไมฉันกรอกแบบฟอร์มต่างๆ ไม่ได้ ทำไม...

1202
01:05:08,613 --> 01:05:12,450
‎ทำไมฉันถึงรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างมากมาทั้งชีวิต

1203
01:05:12,533 --> 01:05:14,827
‎ทั้งที่พยายามอย่างมากเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของทีม

1204
01:05:15,453 --> 01:05:18,581
‎และนั่นเป็นเรื่องใหญ่ของ
‎การเป็นออทิสติก มันเหงานะ

1205
01:05:18,664 --> 01:05:20,791
‎ฉันพบว่าการเชื่อมโยงกับคนอื่นเป็นเรื่องยาก

1206
01:05:20,875 --> 01:05:25,129
‎เพราะว่าสมองฉันพาฉันไปที่ต่างๆ ที่ไม่มีใครอยู่

1207
01:05:25,212 --> 01:05:27,757
‎และคุณก็เริ่มคุยกับคนอื่นในเรื่อง

1208
01:05:27,840 --> 01:05:30,217
‎แอ่งลึกดักลาสที่สวนสุนัขไม่ได้

1209
01:05:31,344 --> 01:05:35,056
‎คนอื่นไม่ชอบมัน และฉันลองทำมากกว่าหนึ่งครั้ง

1210
01:05:37,308 --> 01:05:41,020
‎แต่ฉันไม่ได้มาขอความสงสาร
‎ฉันมาเพื่อสกัดความมั่นใจของพวกคุณ

1211
01:05:41,520 --> 01:05:44,482
‎เพราะว่าฉันหาวิธีในการแชร์ความคิดฉันได้แล้ว

1212
01:05:45,024 --> 01:05:45,942
‎ใช่ไหมล่ะ

1213
01:05:46,442 --> 01:05:50,363
‎คุณจะเรียกสิ่งนี้ว่าอะไรก็ช่างหัวคุณ

1214
01:05:50,446 --> 01:05:52,865
‎บทพูดคนเดียว การบรรยาย

1215
01:05:53,616 --> 01:05:55,910
‎คุณเรียก "มะเขือเทศ" ฉันเรียก "ซอสมะเขือ"

1216
01:05:55,993 --> 01:05:57,078
‎ฉันจะพูดให้ง่ายๆ นะ

1217
01:05:57,161 --> 01:06:01,666
‎การแสดงนี้ก็คือ คำบุพบทเชิงเปรียบเทียบ
‎ที่อธิบายความสัมพันธ์

1218
01:06:01,749 --> 01:06:03,918
‎ระหว่างสิ่งที่คุณคิดว่าฉันคิด

1219
01:06:04,919 --> 01:06:06,837
‎กับสิ่งที่ฉันคิดได้จริงๆ

1220
01:06:06,921 --> 01:06:09,840
‎เพราะว่าฉันชอบวิธีที่ฉันคิด

1221
01:06:10,341 --> 01:06:12,468
‎ถ้าโลกนี้ถูกต้องและฉันอยู่ในนั้น

1222
01:06:12,551 --> 01:06:14,929
‎ฉันเจอซิปหลอกและความคิดฉันไปต่อได้อีก

1223
01:06:15,012 --> 01:06:17,181
‎มีความงามอยู่ในมุมที่ฉันคิด

1224
01:06:17,390 --> 01:06:19,350
‎ฉันไม่คิดนอกกรอบนะ

1225
01:06:19,976 --> 01:06:22,687
‎แต่กลายเป็นว่า ถ้าฉันขอดีๆ

1226
01:06:22,770 --> 01:06:25,815
‎ใช่ ฉันก็กินกล่องได้

1227
01:06:27,733 --> 01:06:28,567
‎ดูสิ

1228
01:06:29,694 --> 01:06:31,278
‎สปอนเซอร์จากแมคโดนัลด์

1229
01:06:32,655 --> 01:06:34,323
‎เห็นเขาไหม

1230
01:06:34,407 --> 01:06:35,491
‎หน้าหมีจริงๆ

1231
01:06:38,244 --> 01:06:41,080
‎และนี่คือนักบุญเบอร์นาร์ด

1232
01:06:41,163 --> 01:06:43,165
‎นั่นนักบุญเบอร์นาร์ด นั่นพระนางแมรี่

1233
01:06:43,249 --> 01:06:45,876
‎นั่นพระเยซูตอนเด็ก และนั่นสิงโตจิ๋ว

1234
01:06:48,295 --> 01:06:52,091
‎คุณเห็นการกระทำในภาพนี้ไหม
‎เห็นไหมว่าเกิดอะไรขึ้น

1235
01:06:52,299 --> 01:06:53,467
‎พระนางแมรี่

1236
01:06:54,051 --> 01:06:57,471
‎กำลังให้น้ำนมใส่หน้าเขา

1237
01:07:00,558 --> 01:07:01,392
‎ว่าไง

1238
01:07:01,475 --> 01:07:05,396
‎ส่วนเจ้านี่ก็ "ฉันน่ะประหลาดที่สุดในรูปนี้แล้ว

1239
01:07:06,355 --> 01:07:07,356
‎ฉันเป็นสิงโตจิ๋วนะ"

1240
01:07:07,440 --> 01:07:08,274
‎แต่ไม่ใช่เลย

1241
01:07:08,357 --> 01:07:11,777
‎เพราะพระนางแมรี่กำลังให้น้ำนมใส่หน้าเขา

1242
01:07:12,486 --> 01:07:15,489
‎ภาพนี่เล่าที่มาว่าเบอร์นาร์ด
‎กลายเป็นนักบุญเบอร์นาร์ดได้ยังไง

1243
01:07:15,573 --> 01:07:17,074
‎วันหนึ่งเขายังเป็นเบอร์นาร์ดแก่ๆ

1244
01:07:17,616 --> 01:07:18,868
‎แต่แล้วก็เกิดนิมิต

1245
01:07:18,951 --> 01:07:21,662
‎และในนิมิตนั้น พระนางแมรี่ปรากฏต่อหน้าเขา

1246
01:07:22,538 --> 01:07:25,583
‎และให้น้ำนมใส่หน้าเขา

1247
01:07:26,542 --> 01:07:29,378
‎ฉันไม่ได้จะตัดสินหมอนั่นนะ
‎เราต่างก็ฝันกัน

1248
01:07:30,254 --> 01:07:34,216
‎เราต่างฝัน ที่เราตื่นขึ้นและพูดว่า
‎"ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย"

1249
01:07:35,259 --> 01:07:36,260
‎ไม่เป็นไร

1250
01:07:36,343 --> 01:07:38,220
‎แต่ที่แปลกก็คือเขาไม่ตื่นมา

1251
01:07:38,304 --> 01:07:40,473
‎และพูดว่า "ฉันคงเก็บมันเป็นความลับ"

1252
01:07:42,349 --> 01:07:43,559
‎ไม่ เขาไม่ได้ทำแบบนั้น

1253
01:07:43,642 --> 01:07:46,062
‎เขาตื่นขึ้นมาและพูดว่า
‎"ฉันน่าจะบอกเพื่อนๆ นะ"

1254
01:07:46,854 --> 01:07:49,190
‎และเพื่อนๆ ก็ประชุมกันและพูดว่า
‎"นี่ยอดไปเลย

1255
01:07:49,273 --> 01:07:51,025
‎เราต้องเรียกหมอนี่ว่านักบุญ"

1256
01:07:51,817 --> 01:07:53,569
‎เขาเป็นนักบุญแล้วเพราะ ว่าไงนะ

1257
01:07:54,153 --> 01:07:54,987
‎อะไรนะ

1258
01:07:55,488 --> 01:07:59,241
‎เขาเป็นนักบุญเพราะว่าฝันเปียกเหรอ

1259
01:08:00,117 --> 01:08:01,744
‎แล้วกลับได้เป็นนักบุญน่ะนะ

1260
01:08:01,827 --> 01:08:06,082
‎เขาได้เห็นปาฏิหาริย์แห่งการให้นม
‎และได้เป็นนักบุญเหรอ

1261
01:08:07,625 --> 01:08:10,836
‎เขาฝันเปียกและตอนนี้ก็เป็น...

1262
01:08:10,920 --> 01:08:12,546
‎มาตรฐานต่ำเตี้ยเรี่ยดินจริงๆ

1263
01:08:13,130 --> 01:08:16,133
‎นี่แหละข้อพิสูจน์ว่าผู้ชายตั้งชื่อให้ทุกสิ่งอย่าง

1264
01:08:16,216 --> 01:08:18,301
‎และโกงในเกมนี้

1265
01:08:18,385 --> 01:08:19,345
‎ยังไม่หมดนะ

1266
01:08:19,428 --> 01:08:21,055
‎มาคุยเรื่องคุณธรรมนิยมกันดีกว่า

1267
01:08:21,138 --> 01:08:22,932
‎และนี่คือนักบุญเซซิเลีย

1268
01:08:23,974 --> 01:08:27,185
‎เธอเคยเรียนเชลโลด้วย

1269
01:08:28,562 --> 01:08:29,814
‎แล้วเบอร์นี่ทำอะไรล่ะ

1270
01:08:36,069 --> 01:08:37,863
‎ยังไม่พอนะ

1271
01:08:40,573 --> 01:08:44,078
‎ไม่แปลกเหรอที่เชลโลถูกประดิษฐ์ขึ้น

1272
01:08:44,161 --> 01:08:45,703
‎ไม่ใช่ขาตั้งวางโน้ตเพลง

1273
01:08:47,206 --> 01:08:50,251
‎ทำไมพวกเขายังใช้เด็กน้อยแก้ผ้าอีกล่ะ

1274
01:08:53,129 --> 01:08:54,337
‎นี่เป็นรูปโปรดของฉัน

1275
01:08:54,421 --> 01:08:58,341
‎รูป "ดัชเชสแห่งอัลบา" โดยโกยา
‎ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ชาวสเปน

1276
01:08:58,425 --> 01:09:01,804
‎ฉันชอบมันเพราะว่าเธอคงจ่ายหนักอยู่เพื่อภาพนี้

1277
01:09:01,886 --> 01:09:03,680
‎และเธอจ่ายเงินนั้น

1278
01:09:03,764 --> 01:09:07,350
‎เพื่อที่จะบอกคนอีกหลายร้อยปีต่อมาได้...

1279
01:09:07,852 --> 01:09:09,854
‎ว่าเธอมีรองเท้า

1280
01:09:11,981 --> 01:09:16,152
‎"ฉันใส่รองเท้านะ ดูสิ ฉันมีรองเท้า"

1281
01:09:17,694 --> 01:09:20,072
‎ฉันก็คิดว่าเจ้าวิปเพ็ทพูดแบบนี้ที่สวนสุนัข

1282
01:09:20,156 --> 01:09:21,448
‎"ฉันมีรองเท้านะ"

1283
01:09:26,036 --> 01:09:28,330
‎ผู้หญิงติดอยู่กับก้อนหิน

1284
01:09:28,413 --> 01:09:32,126
‎เป็นงานอดิเรกยอดนิยมอันดับสอง
‎ของสาวๆ ตลอดกาล

1285
01:09:33,877 --> 01:09:35,337
‎ตลอดกาล

1286
01:09:35,421 --> 01:09:38,674
‎นี่อยู่ข้างใต้ นี่ทำจากหินเลย

1287
01:09:39,341 --> 01:09:42,178
‎พวกเธอติดอยู่ ดูสิ่งที่เกิดตรงนี้สิ

1288
01:09:42,261 --> 01:09:43,511
‎แบบว่า อะไรน่ะ

1289
01:09:44,513 --> 01:09:47,725
‎นั่นมันน้ำเค็มๆ นะ

1290
01:09:48,309 --> 01:09:52,438
‎เธอไม่ได้ว่ายน้ำ เธอแค่ไถลไปบนผิวน้ำ
‎ด้วยจิ๊มิของเธอ

1291
01:09:53,647 --> 01:09:55,232
‎แล้วเข่าเธอล่ะ

1292
01:09:56,901 --> 01:09:58,110
‎แมวเป็นลม

1293
01:10:05,242 --> 01:10:08,871
‎หมอนี่พูดว่า "ขอบคุณพระเจ้าที่คุณโป๊
‎แต่ผมวาดภาพวิวอยู่"

1294
01:10:13,709 --> 01:10:14,752
‎เด็กตัวโตนะนั่น

1295
01:10:15,878 --> 01:10:17,254
‎ตัวยักษ์เลยล่ะ

1296
01:10:17,338 --> 01:10:20,841
‎เธอคงต้องดึงสายชูชีพที่
‎แอ่งลึกดักลาสเพื่อให้พอดีตัวเด็ก

1297
01:10:23,427 --> 01:10:24,845
‎นี่คือ "วีนัสแห่งวิลเลนดอร์ฟ"

1298
01:10:24,929 --> 01:10:28,474
‎เธอมาก่อนความงามในอุดมคติของกรีกโบราณ
‎รู้ไหมว่ามันทำขึ้นเมื่อไหร่

1299
01:10:29,225 --> 01:10:31,185
‎ในยุคหินเลย

1300
01:10:31,894 --> 01:10:34,104
‎ฉันกินอาหารยุคหิน ไอ้เวร

1301
01:10:34,188 --> 01:10:35,606
‎ฉันกินอาหารยุคหิน

1302
01:10:39,526 --> 01:10:42,112
‎ชายคนนี้อยู่บ้านสลิธีริน

1303
01:10:44,573 --> 01:10:46,533
‎ชายคนนี้อยู่บ้านฮัฟเฟิลพัฟ

1304
01:10:47,952 --> 01:10:49,954
‎ดูสิ หมอชื่อดังเลยนะ

1305
01:10:51,455 --> 01:10:54,500
‎"ผมดร.ค็อก บิสกอตติ ผมใส่หมวกสองใบ"

1306
01:10:58,170 --> 01:11:01,257
‎ทุกคน นี่คือคาเรน เธออยู่นี่ นี่แหละ

1307
01:11:02,841 --> 01:11:06,220
‎นั่นไง เก็บไปเต็มตะกร้าเต็มมือเลย
‎ดีแล้ว คาเรน

1308
01:11:06,929 --> 01:11:08,138
‎ยังอ่อนอยู่นะ

1309
01:11:08,639 --> 01:11:10,140
‎เก็บให้สดนานๆ กว่านี้นะ

1310
01:11:12,142 --> 01:11:13,269
‎ทำไมตัดสินใจแบบนี้

1311
01:11:15,646 --> 01:11:17,189
‎นั่นแหละการตัดสินใจ

1312
01:11:18,190 --> 01:11:20,192
‎เด็กนั่นอาจอยู่บนกล่องได้

1313
01:11:20,276 --> 01:11:23,570
‎เขาอยู่ข้างกล่องได้ แม่งยังเป็นเพนกวินได้ด้วย

1314
01:11:25,364 --> 01:11:27,366
‎ทำไมล่ะ นั่นแหละการตัดสินใจ

1315
01:11:28,867 --> 01:11:31,745
‎มันยังเป็นภาพวาดแรกของหลุยส์ ซี.เค. ด้วย

1316
01:12:34,350 --> 01:12:35,851
‎คำบรรยายโดย นัฐ วงศ์ศักดิ์ภักดี



